ศาลไม่อนุญาตบุญทรง-พวกประกันตัว กลัวหลบหนี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ชัดเจนแล้วว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และพวกรวม 15 คน ไม่ได้สิทธิ์ประกันตัว หลังศาลไม่อนุญาต ขณะที่เสี่ยเปี๋ยง ตัวละครสำคัญในคดีนี้ ถูกพิพากษาให้จำคุกหนักที่สุด 48 ปี และต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 1 หมื่น 6 พันล้านบาท

เมื่อวันที่ (25 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ประมาณ 30 นาที หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และพวกรวม 15 คน ถูกพาขึ้นรถเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อนำไปฝากขังตามกระบวนการ โดยทนายพยายามยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเป็นเงิน 30 ล้านบาท แต่ภายหลังถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ออกมาแจ้งว่า ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายบุญทรงและพวกทุกคน ให้เหตุผลว่าเป็นคดีร้ายแรงมีโทษสูง เสี่ยงที่จำเลยจะหลบหนี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลัง องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้ง 9คน ใช้เวลากว่า5 ชั่วโมง อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี รวม148 หน้า

เนื้อหาหลักของการพิจารณา คือ การพูดถึงโครงการระบายข้าวของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ว่าไม่ใช่การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี เพราะ จีนให้สิทธิ์การซื้อขายพืชผลทางการเกษตรกับคอฟโกเพียงองค์กรเดียว แต่สัญญาที่กรมการค้าต่างประเทศทำไว้มีคู่สัญญาชื่อ บริษัทกวางดอง จำกัด  และ บริษัทไห่หนาน จำกัด  ประกอบกับการตรวจพบว่าไม่มีข้าวถูกส่งออกไปที่จีนตามจำนวนที่รัฐบาลระบุไว้  แต่พบการเปิดขายข้าวที่หน้าโกดังข้าวซึ่งถือเป็นพิรุธร้ายแรง เนื่องจากหากเป็นการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐจะต้องนำข้าวไปส่งที่ท่าเรือเพื่อให้กรมการค้าข้าวและกรมศุลกากรตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อน สอดคล้องกับข้อมูลของป.ป.ช. ที่ทำงานตรวจสอบจนสามารถปิดสำนวนเรื่องนี้ให้อัยการส่งฟ้อง

อีกหนึ่งประเด็นที่ศาลให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การตรวจสอบสัญญาทั้ง4ฉบับและพบว่าทั้งนายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพาณิชย์ มีการแก้ไขสัญญาการขายข้าว โดยเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทคู่สัญญา เช่น การแก้ไขให้คู่สัญญาสามารถเลือกชนิดของข้าวได้ ทั้งที่ตอนแรกไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะรับซื้อข้าวชนิดใด เพราะขายในราคาเท่ากันทั้งหมด ส่งผลให้เอกชนเลือกรับเฉพาะข้าวหอมมะลิคุณภาพดี และส่งผลให้กรมการค้าต่างประเทศได้รับความเสียหายต่อเนื่อง เพราะข้าวในโกดังเหลือแต่ข้าวคุณภาพต่ำ

นี่เป็นผลทำให้ ทั้งนายบุญทรง ได้รับโทษทางคดีสูงถึงตำคุก 42 ปี  นายภูมิ ได้รับโทษทางคดี 36 ปี  สวน บุคคลที่ได้รับโทษสูงที่สุด คือ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง ได้รับโทษจำคุก 48 ปี สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะ ถือเป็นบุคคลที่อยู่เบื้อง หลังโดยศาลระบุว่า ในขณะนั้นคนในวงการค้าข้าวรู้กันดีว่า หากได้ข้าวคุณภาพดีราคาถูกจากโครงการรับจำนำข้าวจะต้องติดต่อประสานงานที่เสี่ยเปี๋ยง

ส่วนจำเลยคนอื่นๆได้รับโทษลดหย่อนกันไป ส่วนใหญ่ต้องโทษเพราะเกี่ยวข้องกับแคชเชียร์เช็ค โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำหน้าที่เปิดบัญชีเพื่อซื้อแคชเชียร์เช็ค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอกชนที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเสี่ยเปี๋ยง

ส่วนบริษัทนิติบุคคล2แห่งที่เป็นจำเลยในคดีนี้ ได้แก่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ซึ่งมีเสี่ยเปี๋ยงเป็นเจ้าของ ถูกโทษปรับ 1 ล้านบาท ส่วนบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือ บริษัท สิราลัย จำกัด โทษปรับ 25,000บาท

ส่วนกลุ่มที่ถูกออกหมายจับมีทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วย น.ส.สุทธิดา ผลดี หรือ จันทะเอ อ้างว่าป่วย  นายสุธี เชื่อมไธสง และ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือ หมอโด่ง อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้

ส่วนกลุ่มที่ศาลพิพากษายกฟ้อง มีทั้งหมด 8 ราย มีทั้งนิติบุคคลและประชาชน ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่นำแคชเชียร์เช็คไปซื้อข้าว โดยศาลเห็นว่าทั้งหมดถูกทำให้เข้าใจว่าการนำแคชเชียร์เช็คไปซื้อข้าวเป็นไปตามกระบวนการของกรมการค้าต่างประเทศ

นอกจากนี้ศาลยังพิพากษาให้บริษัทสยามอินดิก้า จำกัด เสี่ยเปี๋ยง และนายนิมล หรือ โจ คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง รวมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับกระทรวงการคลัง 16,912ล้านบาท   โดยก่อนจะเดินทางเข้าไปฟังคำพิพากษา นายบุญทรงได้ให้สัมภาษณ์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยระบุว่าว่า มั่นใจในกระบวนการต่อสู้ที่ผ่านมา  สำหรับคดีนี้ตามกระบวนการยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาได้โดยมีระยะเวลา 30วัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ