ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ โดยกองทัพเมียนมาร์เปิดเผยว่ากลุ่มมุสลิมติดอาวุธ ซึ่งคาดว่ามีจำนวนราว 1 พันคน ได้บุกโจมตีด่านตำรวจและฐานของกองทัพอย่างน้อย 24 จุด ในเมืองมองดอ และบูตีต่อง ของรัฐยะไข่ ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศบังกลาเทศ โดยมีสมาชิกกลุ่มติดอาวุธเสียชีวิตอย่างน้อย 59 คน และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเสียชีวิต 12 คน ขณะที่หลายพื้นที่การสู้รบยังคงดำเนินอยู่ ทางการต้องสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ภายในที่พัก
ด้านกลุ่มก่อความไม่สงบที่เรียกตัวเองว่า กองทัพกอบกู้โรฮิงญารัฐยะไข่ ได้ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีครั้งนี้ พร้อมขู่ว่าจะก่อเหตุอีก โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุโจมตีหลายครั้งในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่แหล่งข่าวกองทัพเมียนมาร์ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้กินบริเวณกว้างกว่ามากและจำนวนผู้ก่อเหตุก็สูงกว่า 5 เท่า เหตุโจมตีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วทำให้กองทัพเมียนมาร์ดำเนินปฏิบัติการตอบโต้ ซึ่งส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮิงญา 87,000 คน ต้องลี้ภัยไปยังบังกลาเทศ
สำหรับเหตุโจมตีครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในรัฐยะไข่ ซึ่งมีนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เป็นประธาน ได้ส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์ให้แก่รัฐบาลเมียนมาร์ ซึ่งแนะนำให้รัฐบาลเร่งพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างความเป็นธรรมทางสังคมในรัฐยะไข่ และแก้ปัญหาโดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ รอบด้าน โดยปราศจากการใช้กำลังเกินควร
ขณะที่สำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมาร์ได้ระบุบนเพจเฟซบุ๊กว่า เหตุโจมตีครั้งนี้ตั้งใจให้ตรงกับการเผยแพร่รายงานของคณะกรรมการนายอันนัน