สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิทธิพลของพายุฮาร์วีย์ยังทำให้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมือง ”ฮิวสตัน” ที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมสูงเป็นประวัติการณ์ โดยปริมาณฝนตกสะสมขณะนี้อยู่ที่ 30 นิ้ว จนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเริ่มเต็มความจุ ล่าสุด ทางการสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ตลอดแนวแม่น้ำแบรซัส (Brazos) เป็นการด่วน เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมประกาศเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนใน 7 เมือง ออกนอกเคหะสถานในยามวิกาลเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในรัฐเท็กซัสต้องระงับการผลิตชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 7% ส่วนสนามบินหลักกว่า 6 แห่งในรัฐเท็กซัสยังปิดให้บริการโดยไม่มีกำหนด เนื่องจากมีน้ำท่วมขังรันเวย์ จนผู้โดยสารตกค้างหลายร้อยคน
หน่วยกู้ภัยเปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถช่วยเหลือคนที่ติดน้ำท่วมอยู่ในรถและตามบ้านเรือนได้แล้วกว่า 2 พันคน ขณะที่ทางการเมืองดัลลัสเตรียมเปิดศูนย์ประชุมเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราว โดยคาดว่าจะสามารถรองรับผู้ประสบภัยได้ถึง 5,000 คน
ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาของรัฐเท็กซัสคาดการณ์ว่า สถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงไปอีก เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปริมาณน้ำฝนสะสมตลอดทั้งสัปดาห์นี้จะเท่ากับปริมาณฝนสะสมทั้งปี เบื้องต้น มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 คน และมีประชาชนตลอดแนวชายฝั่งได้รับผลกระทบแล้วกว่า 10 ล้านคน
ล่าสุด ทำเนียบขาวประกาศว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยในวันพรุ่งนี้ โดยจะรอให้ทีมกู้ภัยได้ทำงานช่วยเหลือประชาชนกันอย่างเต็มที่ก่อน
ข้อมูลเสริม
สำหรับพายุฮาร์วีย์ ถือเป็นพายุที่มีความเร็วลมรุนแรงที่สุดในรอบ 12 ปี ที่ขึ้นฝั่งสหรัฐฯ นับตั้งแต่เฮอริเคน "แคทรีนา" เมื่อปี 2005 ครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตถึง 1,836 คน ประชาชนอีกกว่าล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัย ขณะที่มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าความเสียหายของพายุฮาร์วีย์จะไม่ร้ายแรงเท่า โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าความเสียหายไม่น่าจะสูงเกิน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ