ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาสั่งจำคุก 42 ปี นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรงยอมรับว่า หนักใจเรื่องการทำคำร้องขอประกันตัวครั้งที่ 2 เพราะจะต้องร่างเหตุผลใหม่ทั้งหมดให้ศาลพิจารณา ขณะนี้มีความคืบหน้าเกินร้อยละ 50 แล้ว คาดว่าจะยื่นคำร้องได้ภายในสัปดาห์นี้
เมื่อพยายามถามว่าการเข้าไปเยี่ยมนายบุญทรงในเรือนจำทุกครั้ง มีการปรึกษาเรื่องแนวทางการต่อสู่คดีหรือนายบุญทรงเสนอเหตุผลให้ใส่ไปในคำร้องหรือไม่ ทนายความ ระบุว่า นายบุญทรงมอบอำนาจให้ตัวเองทำเหตุผลยื่นขอประกันตัวทั้งหมด ซึ่งในรายละเอียดขอให้เป็นความลับ
สำหรับกระแสข่าวว่านายบุญทรงป่วยหนัก ถูกห้ามส่งเข้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทนายชี้แจงว่า นายบุญทรงเข้าพบแพทย์จริงเพราะมีอาการเครียด ความดันขึ้น แต่ไม่ได้ป่วยหนักถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ยืนยันว่าจะไม่เอาความเจ็บป่วยใส่ไปในคำร้องขอประกันตัวครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังพบว่านายภูมิ สาระผล และนายมนัส สร้อยพลอย มีอาการป่วยลักษณะคล้ายกันด้วย
ทั้งนี้ ช่วงเช้าที่ผ่านมาทีมทนายความของนางปอยใจระพี เตริยาภิรมย์ เดินทางไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ทำเรื่องถอนฟ้องนางรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าอนุญาตให้ถอนฟ้องได้
ส่วนกรณีการตรวจสอบโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐล็อตที่2 พบว่ามีการทุจริต ไม่ขายข้าวให้ต่างประเทศจริง 8 สัญญา ที่พบว่านายบุญทรงกับพวกเกี่ยวข้อง คณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ยังไม่สรุปสำนวนชี้มูลควาผิด ซึ่งจะต้องผ่านอนุกรรมการวินิจฉัยให้สมบูรณ์ก่อน