วันนี้ (10 ก.ย.60) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีข่าวนักศึกษาแพทย์ วางยาสุนัขเพื่อเอาเงินประกันขนส่ง ว่า ในวันพรุ่งนี้ ทางศิริราชจะเชิญพ่อแม่และนักศึกษาคนดังกล่าวมาให้ข้อมูลว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รวมทั้งจะสอบถามข้อมูลให้รอบด้าน จากนั้นทางศิริราชจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทุกคนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ ไม่ปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน
ด้านสัตวแพทย์หญิง อนงค์นาถ สุตธรรม เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ๊ท ในฐานะสัตวแพทย์ที่ผ่าตัดสุนัขตัวนี้ ได้นำตัวยาที่ใช้กับสุนัขทั่วไป อธิบายความแตกต่างระหว่างยาที่พบในกระเพาะอาหารสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ที่เสียชีวิตว่า การออกแบบยาแตกต่างกันมาก ทั้งกลิ่น และขนาดของยา ที่จะสอดคล้องกับน้ำหนักของสุนัข พร้อมกับยืนยันว่า ยาเม็ดสีเหลืองที่พบในกระเพาะอาหารสุนัขปอม เป็นยาลดความความดันของคน ไม่ใช่ของสุนัข ไม่สามารถใช้แทนกันได้ โดยสัตวแพทย์มั่นใจว่า ฤทธิ์ของยาลดความดันตัวนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้สุนัขเสียชีวิต เพราะแม้จะกินไปแค่ 1 เม็ด แต่ยาดังกล่าวก็มีฤทธิ์รุนแรง ทำให้สุนัขตายได้แบบเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากการได้รับยาลดความดันเกินขนาด พร้อมมั่นใจว่า นักศึกษาแพทย์ที่ถูกสงสัยว่าวางยาสุนัข เพื่อเอาเงินประกันจากบริษัทขนส่ง มีเจตนาฆ่าสุนัขอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากผลการผ่าซากเบื้องต้นและชนิดของยาที่พบ แม้ล่าสุดนักศึกษาแพทย์จะออกมาอ้างว่าเป็นยาบำรุงร่างกายของสุนัขทั่วไป
ส่วนยาอีกชนิดที่มีลักษณะสีชมพู ที่พบในกระเพาะอาหารสุนัข สัตวแพทย์หญิงอนงค์นาถ บอกว่า เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เชื่อได้ว่า นักศึกษาแพทย์คนนี้เจตนาฆ่าสุนัข เพราะหากดูยาที่พบมีลักษณะหักเป็นสองส่วน เชื่อว่าเป็นการบังคับป้อนยาอย่างรุนแรง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นยาชนิดใด ต้องรอผลการตรวจจากนิติวิทยาศาสตร์ ที่นำยาไปตรวจสอบแล้ว
ขณะที่ กรรมการแพทยสภา ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา กล่าวว่า นักศึกษาแพทย์รายนี้ยังไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทยสภา ซึ่งในกรณีนี้จะต้องขึ้นอยู่กับทางคณบดีและสถานศึกษาว่าจะลงโทษอย่างไร แต่หากมีคนฟ้องนักศึกษาแพทย์รายนี้และถูกดำเนินคดีอาญา ก็เข้าข่ายความผิดในด้านจริยธรรมจรรยาบรรณในวิชาชีพ ก็จะส่งผลให้ไม่สามารถสมัครเป็นแพทย์ได้