ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนโรงพยาบาลสัตว์ เซ็นเตอร์ เพ็ท จังหวัดนครราชสีมา จะผ่าพิสูจน์กระเพาะสุนัขตามคำร้องขอของบริษัทขนส่ง นายสัตวแพทย์ จักรินทร์ เรียงเงิน สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ เซ็นเตอร์ เพ็ท เปิดเผยว่า นักศึกษาแพทย์ได้เข้ามากดไลก์เพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลล่วงหน้า 2 วัน ก่อนจะมาขอให้โรงพยาบาลช่วยยืนยันว่า สุนัขตายระหว่างขนส่ง กระทั่งบริษัทรับขนส่งสัตว์เลี้ยงคู่กรณีไม่ยินยอม จนนำมาสู่การผ่าพิสูจน์ข้อเท็จจริง
นายสัตวแพทย์ จักรินทร์ ยังระบุว่า อีกจุดที่ผิดสังเกต คือ จังหวะที่นักศึกษาแพทย์นำสุนัขให้พนักงานขับรถบริษัทขนส่งดูเมื่อทราบว่าตายแล้ว ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจหรือเสียใจ ทั้งหมดนี้จึงทำให้เชื่อได้ว่า นักศึกษาแพทย์รายนี้วางแผนมาเป็นอย่างดีและมีเจตนา
ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม Airtel Hideaway Ari ย่านพหลโยธิน ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักศึกษาแพทย์เข้าพัก ก่อนใช้บริการบริษัทของขนส่งสัตว์เลี้ยงให้ไปส่งปลายทางที่จังหวัดนครราชสีมา นายฌอน แฟม เจ้าของโรงแรม เปิดเผยว่า กับทีมข่าว PPTV ว่า นักศึกษารายนี้ เข้าพักเมื่อวันที่ 4 กันยายน และแจ้งออกเมื่อวันที่ 5 กันยายน ระหว่างใช้บริการโรงแรมมีพฤติกรรมผิดสังเกตหลายประการ เช่น การไม่ยอมแสดงบัตรประจำประชาชน ตามเงื่อนไข และหลังแจ้งเข้าพักเสร็จ นักศึกษาแพทย์รายนี้ ได้แสดงความต้องการให้พนักงานโรงแรมรับผิดชอบ โดยอ้างว่า หูฟังราคากว่า 3 หมื่นบาท ของตัวเองหาย
นอกจากนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกได้ พบว่า นักศึกษารายนี้ขอให้เจ้าของโรงแรมช่วยใส่ปลอกคอสุนัขตัวที่ตายในเวลาต่อมา คือ เจ้าซีซ่า และมีจังหวะหนึ่งทำ เจ้าซีซ่าตกพื้น นักศึกษาแพทย์ก็ไม่แสดงท่าทีตกใจ เจ้าของโรงแรมแห่งนี้เชื่อว่า ผิดสังเกตในการแสดงความรู้สึกของคนรักสุนัข ทั้งการไม่แสดงออกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และใส่ปลอกคอสุนัขไม่เป็น
การประชุมคณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลใช้เวลานานกว่าครึ่งวันในการพูดคุยกับผู้ปกครองและนักศึกษาแพทย์ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมทำร้ายสัตว์หวังเอาเงินประกัน แต่วันนี้ไม่มีใครได้พบตัวนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว เพราะทางครอบครัวขอให้ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นคนชี้แจงเรื่องราวทั้งหมด
ทีมคณบดีออกมาชี้แจงผ่านสื่อว่า มีมติให้พักการเรียนนักศึกษาคนดังกล่าวจนกว่าจะพ้นมลทินทางคดี พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมว่าเหมาะสมกับการเป็นแพทย์หรือไม่
ส่วนปัญด้านสภาพจิตของตัวนักศึกษาคนนี้ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ออกมายอมรับเองว่า นักศึกษามีปัญหาทางจิตตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 และ ในชั้นปีที่ 6 ถูกสั่งพักการเรียนมาแล้ว 3 ครั้งเพราะมีอาการเครียดระหว่างเรียน โดยใช้ชื่ออาการป่วยว่าเป็น "โรคย้ำคิด ย้ำทำ"
ส่วนแรงจูงใจที่ทำให้นักศึกษาคนนี้ ถูกสังคมมองว่าทำร้าย ทารุณกรรมสัตว์ หวังเอาเงินประกัน จากการพูดคุยกับครอบครัวและนักศึกษา ทางศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ ระบุว่า มีข้อเท็จจริงแตกต่างจากสื่อนำเสนอ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ยืนยันว่า จะไม่ให้นักศึกษาคนนี้กลับมาเรียนจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีอาการปกติทางจิต และหากทางทางคดีอาญาสิ้นสุดลงที่คำว่า "ทารุณกรรมสัตว์จริง" ก็จะดำเนินเรื่องถึงมหาวิทยาลัยมหิดลให้พ้นสภาพการเป็น
สำหรับในทางคดี เวลานี้มีผู้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับสถานีตำรวจ 2 แห่ง คือ สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา และสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร เพราะพฤติกรรมตามที่นักศึกษาแพทย์คนนี้ถูกกล่าวหา เกี่ยวข้องกับหลายบุคคลและหลายสถานที่
พ.ต.ท.พิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ส่งยากว่า 10 เม็ด ที่พบในกระเพาะสุนัขไปใหหศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา ช่วยตรวจสอบ เพื่อหาคำตอบว่า เป็นยาชนิดใด อันตรายถึงขั้นทำให้สุนัขตายได้จริงหรือไม่ คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าจะรู้ผล และสามารถสรุปเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีได้
ขณะที่การเรียกนักศึกษาแพทย์ ผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำ ตำรวจ สน. สุทธิสาร ดำเนินการอยู่ ซึ่งวันนี้ พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร เปิดเผยว่า ได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้นักศึกษาแพทย์เดินทางมาพบในวันจันทร์ที่ 18 กันยายน เวลา 10.00น. โดยตำรวจพยายามประสานงานในทางลับอย่างเต็มที่ แต่ยังไม่สามารถติดต่อผู้ถูกกล่าวหาได้
จากการประเมินพฤติกรรมเบื้องต้น ตำรวจระบุว่าเข้าข่ายข้อหาฉ้อโกง เพราะแม้นักศึกษาแพทย์ผู้ถูกกล่าวหา จะยังไม่ได้รับเงิน แต่ถือว่า ความผิดสำเร็จแล้ว เนื่องจากมีการหลอกลวงเกิดขึ้น ส่วนข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ผู้กำกับการสน.สุทธิสาร ยอมรับว่า ยังไม่มีหลักฐานพอจะชี้ชัดเช่นนั้น แต่อยู่ระหว่างรวบรวม โดยเฉพาะข้อมูลจากโรงแรมที่ผู้ถูกกล่าวหาเข้าพัก ตำรวจจะเก็บจะตามแกะรอยจากพนักงานโรงแรมใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. ระหว่างเข้าไปทำความสะอาดห้องพัก พบเม็ดยาหล่นอยู่หรือไม่ 2. มีใครพบเห็นนักศึกษาแพทย์ป้อนยาสุนัขหรือไม่ 3. หากมีการป้อนยาจริง ตรงกับยาที่พบในกระเพาะหรือไม่
พ.ต.อ.เติมเผ่า ระบุเพิ่มเติมว่า หากนักศึกษาแพทย์อ้างว่า ตัวเองมีอาการป่วยทางจิต ทันทีที่ได้ตัว เจ้าหน้าที่กจะส่งตรวจวินิจฉัย เพื่อให้ชัดเจนในข้อกฎหมายที่จะดำเนินการ
ส่วนความเห็นในข้อกฎหมาย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ระบุว่า หากมีการอ้างว่านักศึกษาแพทย์มีจิตบกพร่อง ต้องให้ทางจิตแพทย์เข้าไปประเมินว่ามีความรู้สึกรับผิดชอบแค่ไหนบ้าง จะอ้างว่าวิกลจริตโดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันไม่ได้ โดยตามพฤติกรรมส่วนตัวไม่เชื่อว่า นักศึกษารายนี้ไม่มีเจตนา