สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การวิจัยส่วนแรกเป็นการศึกษาด้านพฤติกรรม ทำโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย “โอเรกอน” พบว่า “สุนัข” จะเข้ากับคนง่ายกว่า และกลัวคนแปลกหน้าน้อยกว่า “หมาป่า” แม้ว่าหมาป่าตัวนั้นจะถูกเลี้ยงโดยคนก็ตาม
จากการบันทึกข้อมูลของสุนัขทั่วไป 18 ตัว และหมาป่าอีก 10 ตัว โดยให้พวกมันทำภารกิจต่างๆ เพื่อวัดระดับการเข้าสังคม พบว่า สุนัขมีแนวโน้มที่จะหันมาจ้องมองคนมากกว่าที่จะทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ ในขณะที่หมาป่าจะไม่สนใจผู้คน แต่ให้ความสนใจกับงานตรงหน้ามากกว่า และอีกการทดลองหนึ่งพวกเขาพบว่าสุนัขพยายามที่จะมีส่วนร่วมกับคนตลอด ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเล่นกับมัน หรือเพิกเฉย ในขณะที่หมาป่าก็ไม่สนใจผู้คนอีกเช่นเคย
ด้านสถาบันโมนิค ยูเดล (Monique Udell) ร่วมมือกับนางสาวบริจิตต์ วอน โฮลต์ (Bridgett Von Holdt) นักพันธุศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ทำการศึกษาในระดับพันธุกรรมว่า ทำไมสุนัขถึงเป็นมิตรกับคนมากกว่าหมาป่า หลังจากพบว่าไม่ใช่แค่วิธีการเลี้ยงดูเท่านั้น ที่มีผลทำให้สุนัขเข้ากับคนง่ายกว่า
ส่วนผลการศึกษาทางพันธุกรรมออกมาว่า สุนัขและหมาป่ามีความแตกต่างกันบริเวณโครโมโซมคู่ที่ 6 ซึ่งถ้าเทียบกันกับมนุษย์แล้ว การกลายพันธุ์หรือการมิวเทชั่นในระดับยีนเช่นนี้ จะส่งผลให้มีความผิดปกติคล้าย “โรคนางฟ้า” หรือ “วิลเลียมซินโดรม” (Williams Syndrome) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง มีลักษณะเฉพาะคือผู้ป่วยมีพัฒนาการล่าช้า มีใบหน้าคล้ายตัว “เอลฟ์” ในภาพยนตร์ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมร่าเริงผิดปกติและเข้ากับคนแปลกหน้าง่าย เป็นต้น