วันนี้ (19 ก.ย. 60) ทนายวิรัช หวังปิติพาณิชย์ ทนายความ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวชื่อ ( @tanaiwirat ) ระบุว่า “คำด่าที่ อาจติดคุก ! (ศาลฎีกาเคยตัดสินแล้ว)”
สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (18 ก.ย. 60) มีประเด็นดราม่าบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการใช้คำด่าเหล่านี้ เนื่องจากนักแสดงหญิงคนหนึ่งพูดใบ้คำผ่านรายการที่ตนเป็นพิธีกร โดยใช้คำว่า “กะหรี่” ในการใบ้คำเพื่อกล่าวอ้างถึงนักร้องตามภาพ จนกลายเป็นที่วิจารณ์กันอย่างมากมาย
ทนายวิรัช ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีดังกล่าวนั้น คำด่าว่ากะหรี่ เคยมีคำตัดสินของคดีในศาลฎีกา คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2371/2522 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 คือผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และถือเป็นคดีหมิ่น หากผู้เสียหายแจ้งความศาลฎีกาจะตัดสินว่าเป็นความผิด กรณีนี้จะต้องดูที่พฤติกรรมและเจตนาของผู้ด่า หากผู้ด่าใส่ความผู้อื่นโดยตรง ไม่มีใครได้ยินหรือเกี่ยวข้อง จะเป็นแค่การดูหมิ่น แต่ในกรณีดังกล่าวนั้นเป็นการกล่าวต่อบุคคลที่สาม ถือเป็นความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มาตรา 328 คือความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
ทนายวิรัช กล่าวต่อว่า คำด่าที่ด่าแล้วอาจติดคุก ได้แก่ คำที่นำหน้าด้วย อีและไอ้ และต่อด้วย สัตว์ ดอก ห่า ควาย เหี้ย ตอแหล ระยำ เฮงซวย รวมไปถึงผู้หญิงต่ำๆ เหล่านี้ถือเป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตร 393 เพราะไม่ผ่านบุคคลที่สาม มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท