ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำให้การของแม่ลูกคู่นี้ ระบุว่า การแสดงออกที่ไม่เหมาะสมตามที่ปรากฎในคลิป เกิดขึ้นหลังถูกเรียกตรวจใบขับขี่รถจักรยานต์เพราะทำผิดกฎจราจรไม่สวมหมวกกันน็อค ทั้งคู่พยายามชี้แจงกับสื่อมวลชน โดยอ้างว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังตำรวจคู่กรณีแสดงพฤติกรรมยั่วยุ แต่คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ถูกบันทึกโดยตำรวจ และไม่มีเหตุการณ์ในช่วงนั้น
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพีพีทีวีเดินทางไปสำรวจจุดเกิดเหตุหน้าปากซอยสุวรรณสวัสดิ์ ถนนพระราม 4 พูดคุยกับเจ้าของร้านค้า และ พนักงานรักษาความปลอดภัย ที่เห็นเหตุการณ์ ทั้งคู่เล่าว่า จุดนี้เป็นเป็นที่ตั้งด่านตำรวจประจำในทุกเช้า วันเกิดเหตุไม่แน่ใจว่า มีเหตุการณ์ยั่วยุเกิดขึ้นก่อนตามที่คู่แม่ลูกกล่าวอ้างหรือไม่ แต่ช่วงที่เห็นเป็นจังหวะที่ตำรวจเรียกตรวจใบขับขี่ และแม่ลูกคู่กรณีก็โวยวายต่อว่าตำรวจเสียงดังด้วยถ้อยคำรุนแรงที่ปรากฎในคลิป ก่อนผู้หญิงคนเป็นแม่จะปัดโทรศัพท์ตำรวจตกลงพื้น
ขณะเดียวกัน พีพีทีวีพยายามติดต่อไปที่ร้อยตำรวจโทสุขสันต์ กันยาสนธิ์ รองสารวัตรจราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ หนึ่งในตำรวจคู่กรณี ได้รับคำชี้แจงว่า เขาตัดสินใจอัดคลิปในช่วงถูกด่ารุนแรงเพราะไม่พอใจที่มีการพาดพิงไปถึงพ่อกับแม่ของตัวเองและถูกถ่มน้ำลายใส่ร่างกาย แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำกิริยาไม่สุภาพหรือยั่วยุแบบที่แม่ลูกคูกรณีพาดพิง
ส่วนฝั่งตำรวจได้ชี้แจงผ่านศูนย์โซเชียลมีเดียศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหตุการณ์วันนั้นเป็นการตั้งด่านกวดขันตามหน้าที่ และสาเหตุที่ต้องเรียกตรวจจับเพราะประชาชนทำผิดกฎจราจรไม่สวมหมวกกันน็อค ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ล่าสุด แจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่
โดยวันนี้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย เดินทางไปที่ศาลแขวงพระนครใต้เพื่อสืบพยาน หลังอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 4 ยื่นฟ้อง 2 แม่ลูกข้อหา ไม่สวมหมวกกันน็อค ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน และดูหมื่นเจ้าพนักงานทำตามหน้าที่และกำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ล่าสุดศาลอ่านคำพิพากษา สั่งลงโทษจำคุกแม่ลูกคนละ 1 เดือน โดยให้รอลงอาญา 1 ปี พร้อมสั่งให้คนเป็นลูกรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้งภายใน 1 ปี พร้อมสั่งปรับตามโทษความผิดจราจรที่กำหนด