นายวิพัฒน์ ดวงโภชน์ หัวหน้าสถานีเกษตรหลวงปางดะ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า มะเดื่อฝรั่ง หรือ ฟิก ถือเป็นหนึ่งในพืชที่มูลนิธิโครงการหลวงนำมาเพาะปลูกและวิจัย เพื่อขยายพันธุ์ส่งต่อให้ชาวเขาได้นำไปเพาะปลูก ตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงให้นำมะเดื่อฝรั่งมาเพาะปลูก เพื่อขายผลสดในประเทศ ช่วยให้เกษตรกรบนดอยมีรายได้ โดยมูลนิธิโครงการหลวงจะรับซื้อในกิโลกรัมละ 150 บาท เนื่องจากที่ผ่านมาการนำเข้ามาขายในประเทศไทยมีเพียงแบบชนิดอบแห้งเท่านั้น เพราะแบบสดจะเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง
ทั้งนี้ ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวงมีมะเดื่อฝรั่งมากกว่า 100 สายพันธุ์ ส่วน 3 สายพันธุ์ที่ได้รับการส่งเสริมมากที่สุดคือ แบล็กกีนัว แบล็กวิชั่น และบราวตุรกี โดยจะเพาะปลูกในพื้นที่ สถานีเกษตรหลวงปางดะ และอินทนน รวมถึงศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สามใหม่ เป็นหลัก สำหรับการปลูกฟิก ควรปลูกในที่ร่มมีหลังคา เพื่อป้องกันฝนที่อาจทำให้เกิดโรคและไม่เจริญเติบโต
"ภาพรวมของตลาดมะเดื่อฝรั่ง ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ 20 ปี ไม่มีประชาชนสนใจรับประทาน เนื่องจากยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้รับปัจจัยของสื่อออนไลน์ที่มีการแชร์ข้อมูลด้านสรรพคุณทางยา ทำให้ตลาดมะเดื่อฝรั่งสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างยอดขายมากขึ้นกว่าร้อยละ 30 กลายเป็นที่รู้จักและเข้าถึงประชาชนได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะสรรพคุณทางยา รวมถึงความอร่อยและแปลกใหม่"
สำหรับมะเดื่อฝรั่ง ถือเป็นพืชไม้ยืนต้นอยู่ได้นานกว่า 10 ปี และจะมีผลผลิตออกมาตลอดทั้งปี ซึ่งสีของผลมะเดื่อฝรั่งไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีรถชาติหวาน อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยในระบบขับถ่าย และช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ รวมถึงยังมีไฟเบอร์และแคลเซี่ยมอีกด้วย ส่วนผลผลิตนอกจากจะสามารถรับประทานเป็นผลสดและอบแห้งแล้ว ยังสามารถนำไปทำแยมมะเดื่อฝรั่ง ส่วนใบก็สามารถนำไปทำชาชงดื่มได้