วันนี้ (26 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ช.ช. กล่าวหาว่ายื่นบัญชีทรัพย์สินระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นเท็จ หลังชี้มูลว่านายสุพจน์ ร่ำรวยผิดปกติ และถูกศาลสั่งยึดทรัพย์สินกว่า 64 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน
โดยวันนี้นายสุพจน์ ไม่ได้เดินทางเข้าบริเวณประตูด้านหน้าของศาลฎีกา ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ทางเข้าอื่นเพื่อไปฟังคำพิพากษาของศาล ซึ่งขณะนี้ทางองค์คณะ ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้ง 9 ท่าน กำลังอยู่ระหว่างประชุมหารือกัน เพื่อนำคำวินิจฉัยของ ผู้พิพากษาแต่ละท่าน สรุปเป็นคำพิพากษากลาง และคาดว่าศาลฎีกาฯจะมีคำสั่งภายในวันนี้ต่อไป
สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2554 โดยมีกลุ่มคนร้ายบุกเข้าไปปล้นภายในบ้านพักของนายสุพจน์ ภายในซอยลาดพร้าว 64 ซึ่งคนร้ายอ้างว่าพบเจอทรัพย์สินกว่า 100 ล้านบาท กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ พร้อมขยายผลยึดทรัพย์สินกลับคืนมาได้กว่า 16 ล้านบาท ขณะที่นายสุพจน์ อ้างว่าเงินที่คนร้ายได้ไปเพียงแค่ 5 ล้านบาทเท่านั้น และเป็นเงินสินสอดเพื่อใช้เตรียมจัดงานแต่งให้กับลูกสาว ส่วนเงินที่เกินมานั้นนายสุพจน์ อ้างว่า ไม่รู้ว่าเงินมาจากไหน
ขณะเดียวกัน พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินตรวจตราความเรียบร้อยบริเวณหน้าศาลฎีกา เพื่อเตรียมความพร้อมในการตัดสินคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ พร้อมยืนยันว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์และไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายภายในบริเวณศาลฏีกาได้อย่างแน่นอน