วันนี้ (26 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญาธนบุรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ในคดีชิงทรัพย์เป็นเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เมื่อ 28 ธันวาคม 2559 โดยมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยนั้น ครอบครัวของนายพิสิษฐ์ พร้อมทนายความ และพันตำรวจเอก ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เดินลงมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยรอยยิ้ม และเตรียมเดินทางไปรอรับตัวนายพิสิษฐ์ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวในช่วงเย็นวันนี้
คดีนี้ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ผู้เสียหายร่วม ระบุว่า รูปพรรณสัณฐานของนายพิสิษฐ์ ไม่ตรงกับผู้ก่อเหตุ โดยผู้เสียหายให้การว่า คนร้ายที่ก่อเหตุมีรูปร่างท้วม ผิวดำแดง ลงพุง หัวล้าน และมีแผลเป็นที่ปาก รวมถึงส่วนสูงก็ไม่ตรงกับลักษณะของนายพิสิษฐ์ รวมทั้งพนักงานสอบสวนไม่ได้นำสืบเบอร์โทรศัพท์ที่เปิดใช้เป็นของนายพิสิษฐ์จริงหรือไม่ และตำรวจไม่ได้ตรวจลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายในบ้านที่เกิดเหตุ
ขณะที่ นางสาวดารีวรรณ พ่อวงษ์ ภรรยาของนายพิสิษฐ์ เปิดเผยว่า หลังฟังคำพิพากษาว่าแล้วรู้สึกดีใจที่ศาลยกฟ้องสามีหลังถูกจำคุกมาประมาณ 7 เดือน จึงอยากฝากไปถึงกระบวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจควรรอบคอบมากกว่านี้ เพราะอาจทำร้ายคนบริสุทธิ์ ด้าน พันตำรวจเอก ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ต้องการให้คดีนี้เป็นบรรทัดฐานในการทำคดีอื่นๆ ว่าควรต้องทำให้รอบคอบและพิสูจน์ทุกอย่างจนสิ้นข้อสงสัย เพราะเราไม่ควรนำผู้บริสุทธิ์มาติดคุก