เมื่อวันที่ (9 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.บุญเลิศ เมตตารักษ์ อดีตผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเวียงแหง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้เดินทางเข้ามายื่นหนังสือต่อ ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ (กอ.รมน.ชม.) และศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ตรวจสอบ พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขเดียวกับ ด.ช.ดวงดิน เวียงดินดำ ทั้งที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2538 ว่าเป็นการสวมสิทธิ์คนตายหรือไม่
พ.ต.อ.บุญเลิศ เปิดเผยต่อว่า ด.ช. ดวงดี เวียงดินดำ มีภูมิลำเนา อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ และได้บวชเรียนจนเป็นพระภิกษุ จำพรรษาที่ วัดพระพิเรนท์ กรุงเทพฯ สอบได้เปรียญธรรม 3 มีรูปถ่ายรับพัดเปรียญธรรมกับสมเด็จพระสังฆราชฯ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2535 ต่อมาในปี 2538 ได้อาพาธด้วยโรคมะเร็ง และมรณภาพลง ในปี 2538 แต่ทางญาติได้ประกอบพิธีประชุมเพลิงที่บ้านหนองดินดำ ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ แต่ก็มิได้แจ้งตาย ต่อหน่วยงานราชการ
ต่อมาได้ทราบว่า หมายเลขบัตรประตัวประชาชนของ ด.ช.ดวงดี เวียงดินดำ ยังปรากฏในสารบบ ว่ายังมีชีวิตอยู่ และเปลี่ยนเป็นชื่อ พระราชรัชมุนี (นิมิตร ทิพย์ปัญญาเมธี) ทางญาติจึงได้ทำการแจ้งต่อสถานีตำรวจอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ เพื่อลงบันทึกประจำวัน แจ้งการตายไว้เป็นหลักฐาน เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา และให้อำเภอภูเขียว ดำเนินการออกหนังสือรับรองการตายไปเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็น หลักฐาน และยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับพระราชรัชมุนีแต่อย่างใด
พ.ต.อ.บุญเลิศ กล่าวต่อว่าในเร็วๆ นี้จะส่งหลักฐานดังกล่าวนี้ร้องเรียนไปที่ พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. เพื่อช่วยตรวจสอบควบคู่ไปด้วย
ขณะที่นางบัวไล รัศมีพันธ์ พี่สาว ด.ช. ดวงดี กล่าวว่า รู้สึกตกใจที่ทราบว่ามีพระชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ไปสวมสิทธิ์หมายเลขบัตรประชาชนเดียวกับน้องชาย ทั้งที่เสียชีวิตไปนานแล้ว จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องบาป ที่ไปเบียดเบียนคนที่ตายไปแล้ว