วันนี้ (19 ต.ค.60) เมื่อเวลา 17.40 น. ผ่านมากว่า 6 ชั่วโมง หลังจากที่ทีมช่วยเหลือได้เริ่มเคลื่อนย้ายตั้งแต่เวลาประมาณ 11.45 น. หลังจากเดินมาตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมาจนเหลือระยะทางเพียง 100 เมตร ก็จะเดินไปถึงรถที่จะนำมาบรรทุกช้างเพื่อเคลื่อนย้ายไปรักษาที่สถาบันคชบาล จ.ลำปาง หลังจากทีมช่วยเหลือใช้เชือกคล้องกับตัวช้าง ก่อนใช้รถแบคโฮ 2 คัน ประคองช้างตัวนี้มา โดยช้างป่าตัวนี้มีอาการบาดเจ็บที่ขาหลัง 2 ข้าง หลังจากเดินมาหลายชั่วโมงช้างมีสภาพอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด โดยทีมแพทย์ได้ให้วิตามิน ให้น้ำเกลือ กระตุ้นด้วยสิ่งเร้า หรือใช้อาหารมาล่อ เพื่อให้เดินไปถึงรถได้โดยเร็ว โดยเมื่อเวลา 16.00 น. ช้างที่เดินมาได้หยุดเดินและนั่งพักเนื่องจากช้างเหนื่อย ทำให้เจ้าหน้าที่มีการนำน้ำมารดตัวช้าง โดยจะไม่เร่งช้างในการเดินเพราะจะทำให้เกิดอันตราย
สำหรับจุดที่ช้างอยู่ไม่สามารถนำรถเข้าไปรับช้างได้ เนื่องจากอุปสรรคจากสภาพพื้นดินที่อ่อนตัว จึงทำให้ต้องใช้วิธีนี้ในการนำช้างไปที่รถ ส่วนแผนที่ทีมทำงานเตรียมไว้ หากว่าช้างเดินทางไป ก็จะใช้เส้นทางที่ราบที่สุด จากจังหวัดพิษณุโลกผ่านไปทางจังหวัดตาก และไปยังลำปาง แต่จะไม่ใช้เส้นทางทางเด่นชัยเพราะเป็นเส้นทางขึ้นเขา ก็จะยิ่งเพิ่มความบอบช้ำให้กับช้างตัวนี้ โดยคาดการณ์ว่าจะใช้มากกว่าปกติ 2-3 เท่า ในการขนย้าย หลังจากขึ้นรถก็จะใช้ยาซึม เนื่องจากช้างตัวนี้เป็นช้างป่า ไม่เคยชินกับคนและการขึ้นรถ
ขณะที่การช่วยเหลือในวันนี้มีชาวบ้านเนินมะปรางต่างมาร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจช้างป่าตัวนี้ เพื่อให้เดินทางไปยังรถได้สำเร็จ หลังจากที่เมื่อวานนี้พวกเขาได้ร่วมมือกับชาวบ้านในการดึงและช่วยยกช้างตัวนี้ขึ้นมาจากคลองชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เมื่อวานนี้ (18 ต.ค.60)
ขณะที่ นสพ.ทวีโชค อังควานิช สัตวแพทย์ที่ดูแลช้างตัวนี้ระบุว่าหาก เคลื่อนไปที่รถบรรทุกได้ สำเร็จ ก็จะต้อง เตรียมดำเนินการให้ช้างอยู่ในอาการสงบ ไม่เครียดจนเกินไป ส่วนการเคลื่อนย้ายบนรถบรรทุกสิ่งที่ต้องระวังคือ อย่างแรก เขาเป็นช้างอายุเยอะ อายุประมาณ 15-20 ปี เป็นช้างที่ค่อนข้างโต อย่างที่สองคือ เขาเป็นช้างป่า และสุดท้ายขาหลัง 2 ข้างใช้งานไม่ได้ เขาได้รับบาดเจ็บ ฉะนั้นเราจะต้องยึดโยงให้เขายืนบนรถบรรทุกให้ได้ ในขณะเดียวกันเราต้องให้เขาอยู่ในอาการสงบด้วย จึงจำเป็นต้องวางยาซึม ให้เขายืน ยืนหลับไปตลอดการเคลื่อนย้าย และเราต้องใช้ความสมดุลในการเคลื่อนย้ายเพราะว่าเขาบาดเจ็บ สำหรับอาการโดยรวมนั้น ทีมสัตวแพทย์ระบุว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ขาหลังขาช้างป่าตัวนี้ ใช้งานไม่ได้จำเป็นต้องวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ ว่ามีสาเหตุจากอะไร
สำหรับช้างป่าตัวนี้มีอายุประมาณ 15-20 ปี ช้างป่าตัวนี้เป็นช้างตัวผู้ ไม่มีงา เรียกว่าช้างสีดอ มีน้ำหนักอย่างน้อย 3-4 ตัน หลังจากวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้พบช้างป่าตัวนี้เมื่อช่วงสายหลังจากฝนหยุดตก ขณะที่ชาวบ้านก็ออกมาจับปลา ก็พบว่ามีช้างป่าลอยคอติดอยู่ริมตลิ่งที่คลองชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โดยช้างพยายามขึ้นมาแต่ขึ้นไม่ได้เพราะดินริมตลิ่งนั้นอ่อนตัวและมีความชันเกินไป ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ โดยคาดว่าช้างป่าตัวนี้น่าจะไหลตามน้ำมาพร้อมกับน้ำป่าที่หลากจากฝนตกหนักบริเวณเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เนื่องจากฝนตกหนักตั้งแต่เวลา 02.00 น. ของวันที่ 17 ต.ค.จนถึงช่วงเช้า จึงทำให้ช้างหมดแรงและหาทางขึ้นไม่ได้
จนเช้าตรู่วันที่ 18 ต.ค. ทีมช่วยเหลือที่มีการสนธิกำลังกันระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทีมสัตวแพทย์ และชาวบ้าน มาช่วยกันคล้องเชือกและนำตาข่ายมาช่วยกันดึงโดยใช้แรงจากทีมช่วยเหลือและรถแบคโฮ ในการดึงขึ้นช้างมาได้สำเร็จแต่เป็นไปอย่างทุลักทุเลกว่าจะดึงช้างขึ้นมาบนแนวคันดิน จากนั้นทีมสัตวแพทย์ได้เข้าช่วยเหลือฟื้นฟูช้างได้ให้วิตามิน เกลือแร่ และยาบำรุง เพื่อฟื้นฟูร่างกาย ผ่านทางเข็มขนาดใหญ่เจาะเข้าไปที่ต้นคอช้าง ก่อนจะใช้รถแบคโฮดึงช้างขึ้นมาอยู่ในท่าที่สบายที่สุดคือท่ายืน ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ก่อนจะถูกลำเลียงเพื่อย้ายไปสถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง
อ่านเพิ่มเติม
...สัตวแพทย์เตรียมวางยาซึมเพื่อเคลื่อนย้าย “ช้างป่า” ไปรักษาต่อที่ลำปาง
...ทีมแพทย์เตรียมวางแผนเคลื่อนย้ายช้างป่าไปรักษาที่สถาบันคชบาล ลำปาง
...ปฏิบัติการช่วยช้างป่าลอยคอในคลองชมพูสำเร็จแล้ว
...ปฏิบัติการช่วยช้างป่าลอยคอในคลองชมพูหยุดชะงัก รออุปกรณ์เปลช่วยยก
...เร่งช่วยช้างป่าลอยคอในคลองชมพู หลังถูกน้ำป่าพัด
...ชาวบ้านพิษณุโลก พบช้างลอยคอในคลองชมพู คาดไหลมากับน้ำป่า