เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังผลักดันช้างป่าอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา นำโดรนจับภาพความร้อนพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน เข้าตรึงกำลัง บริเวณไร่อ้อยของชาวบ้านที่อยู่ติดกับถนนคอนกรีต สายบ้านห้วยทราย – บ้านซับสะเดา ท้องที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอครบุรี หลังจากได้รับแจ้งว่า มีช้างป่าจำนวนหนึ่งบุกเข้าไปกัดกินอ้อยในไร่ และเดินข้ามถนนคอนกรีตไป-มา ระหว่างป่าภูกิ่งฟ้าและป่าเขาประดู่
ซึ่งเป็นป่าชุมชนที่อยู่สองฝั่งถนน เกรงว่าช้างอาจจะถูกรถที่สัญจรผ่านชนจนเกิดอุบัติเหตุ ได้รับอันตรายทั้งคนและช้าง
จากการใช้โดรนจับภาพความร้อนบินสำรวจ พบช้างป่าจำนวน 3 ตัว กำลังพากันบุกกัดกินอ้อยภายในไร่ของชาวบ้านที่อยู่ติดกับถนน ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างตำบลบ้านใหม่และตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี และมีผู้ขับขี่ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ จำเป็นต้องใช้รถสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวตลอดทั้งวัน จากการรวบรวมข้อมูลและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมช้างป่า ของเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วฯ พบว่า ช้างกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 6 ตัว จะเดินข้ามไป-มา ระหว่างเขาภูกิ่งฟ้าและเขาประดู่ ที่อยู่ 2 ฝั่งถนน ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าครบุรี มาแถวๆ พื้นที่ลาดชันเชิงเขาซึ่งตัดขาดจากป่าอุทยานแห่งชาติมาไกลหลายกิโลเมตร และอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอครบุรี ไม่ถึง 10 กิโลเมตร แต่จากการบินสำรวจเมื่อกลางดึกวานนี้ พบช้างป่าเพียง 3 ตัว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ฯ ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ได้ทำการส่งเสียงผลักดันให้ช้างออกจากไร่อ้อย แล้วข้ามถนนเข้าไปในป่าภูกิ่งฟ้า เพื่อเตรียมวางแผนและกำหนดเส้นทางในการผลักดันให้ช้างกลุ่มนี้กลับเข้าสู่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป เนื่องจากระยะทางจากจุดที่พบช้างป่าเหล่านี้ อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติทับลาน อย่างน้อย 5 กิโลเมตร ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า จุดที่พบช้างก่อนหน้านี้ไม่เคยมีช้างอยู่อาศัยมาก่อน จนในช่วงประมาณ 3- 4 ปีให้หลังมานี้ เริ่มมีช้างออกมาหากินและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญ ช้างป่ายังเดินข้ามถนนสายหลัก ระหว่างตำบลบ้านใหม่และตำบลโคกกระชาย จึงเกรงว่า อาจจะเกิดอันตรายกับคนและช้างขึ้นได้