นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง การที่กรมการปกครองไปแจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดีว่า การจดทะเบียนมูลนิธิมีผู้ที่รับผิดชอบคือสำนักสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่กลั่นกรอง รวบรวมเรื่องต่างๆ ใครจะจดทะเบียนมูลนิธิสำนักดังกล่าวจะเสนอมาตามขั้นตอน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นนายทะเบียน ส่วนถ้าเป็นสมาคมจะต้องเป็นอธิบดีกรมกรมการปกครองเป็นนายทะเบียน และในส่วนจังหวัดจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวว่า ก่อนจะมีเรื่องเกิดขึ้น เราเคยบอกแล้วว่าระเบียบ ของมูลนิธิ ต้องส่งบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุลประจำปี มารายงานประจำทุกปี แต่เมื่อไม่มีการรายงานนานๆ เข้าจะเป็นดินพอกหางหมู พอเกิดเรื่องจึงเข้าไปตรวจสอบจึงพบปัญหา จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะมูลนิธิที่มีคนดังๆ มาจดทะเบียน ว่า บางทีเงินไปเข้าบัญชีส่วนตัว ก็เป็นปัญหาเพราะคนที่บริจาคไม่รู้ พอมีเรื่องก็แดงขึ้นมาแบบนี้
ซึ่งขณะนี้กรมการปกครองได้ไปแจ้งความที่ สน. นางเลิ้ง ว่าเป็นการเรี่ยไรที่ไม่ถูกต้อง อยากให้มีการตรวจสอบและให้มีการดำเนินคดีต่อไป โดยมูลนิธิองค์กรทำดี มีสถานที่ตั้งที่กรุงเทพมหานครและเปลี่ยนไปตั้งที่ปทุมธานี จึงมอบหมายให้ทางปทุมธานีไปตรวจสอบ ถ้าไม่ถูกต้อง ต้องดำเนินคดี กับคู่ที่เป็นกรรมการด้วย
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวอีกว่า มูลนิธิส่วนใหญ่ ทำงานในลักษณะสังคมสงเคราะห์ อย่างมูลนิธิองค์กรทำดี มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไปช่วยโรงพยาบาล ช่วยโรงเรียนที่ขาดแคลน นี่คือวัตถุประสงค์ของทุกมูลนิธิที่ตั้งมาเพื่อการกุศล แต่วันนี้เมื่อวัตถุประสงค์ดีแต่ผู้บริหารทำไม่ดี ก็ต้องแยกกัน เมื่อทำไม่ดีก็ต้องดำเนินการทางกฎหมาย ที่ไม่ได้ทำตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้
ส่วนกรอบเวลาที่ให้มูลนิธิองค์กรทำดี ส่งบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุลประจำปี ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน นั้น แต่โดนฟ้องร้องแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า มูลนิธิไม่ได้มีคนเพียงคนเดียว มีหลายคน ก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และมีหน้าที่ที่จะต้องยื่นมาตามกำหนด แต่เรื่องส่วนตัวบุคคลก็อยู่ที่กระบวนการสอบสวน ว่าใช่หรือไม่ในกรณีที่มีข่าวนำเงินมูลนิธิไปใช้ส่วนตัว
ทั้งนี้ อำนาจหน้าที่ของ กระทรวงมหาดไทย จะสามารถตรวจสอบอะไรเพิ่มเติมได้มากกว่านี้หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า เราได้แจ้งความ หลังพบปัญหาแล้ว แต่กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รับรายงานประจำทุกปี ถ้ามีรายงานเข้ามาจะเห็นความเปลี่ยนแปลง และความผิดปกติ แต่คดีความและการดำเนินคดีเป็นเรื่องของตำรวจ ที่จะสอบสวนต่อไปในการดูเส้นทางการเงินการนำเข้าเงินไปสู่ใครบ้าง ตอนนี้เราต้องมีการสังคายนา มูลนิธิทั้งหมดที่เป็นคนดังๆ ใครก็ตามที่เราได้เห็น ไม่ต้องเอ่ยชื่อทุกคนก็รู้ ถ้าทำถูกก็ไม่ต้องกลัว ถ้าทำผิดก็ต้องหนาวๆ ร้อนๆ แล้ว