นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าผลสอบกรณีทุจริตโกงข้อสอบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปข้อเท็จจริง ก่อนที่จะนำข้อสรุปในวันนี้ที่รองปลัดฯ และคณะกรรมการได้ตรวจสอบมารายงานตนอีกครั้ง และหลังจากนั้นจะแจ้งให้ทุกคนได้รับทราบอีกครั้งถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ก่อนย้ำว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีผู้ที่บกพร่องของกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องดำเนินการต่อไป
แต่ในอีกส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสอบสวนคดีอาญา อยู่ในระหว่างการดำเนินการเช่นกัน ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการเขียนไทม์ไลน์ ซึ่งมีกรอบระยะเวลา ในการตรวจสอบ 3-6 เดือน ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะต้องชี้ให้ได้ว่ามีความบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างไรและใครอยู่ในกระบวนการนี้
ส่วนรายละเอียดว่า มีข้าราชการระดับใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องรอรายละเอียดจากรองปลัดฯ ที่เป็นประธานการตรวจสอบ ยืนยันว่า หากผลสอบแล้วเสร็จ จะต้องแถลงต่อสาธารณชนไม่มีการปกปิดแน่นอน
ส่วนผลสอบทั้งหมดจะส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกับ ป.ป.ช. โดยตลอด และ ป.ป.ช. เองก็มีการตรวจสอบ ต้องเอาข้อมูลชนกัน แต่ยอมรับว่ามีข้อบกพร่อง แต่ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดจริงๆ
ส่วนความคืบหน้าการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลในคลิปเสียง อ้างภรรยา ปลัดกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนได้ย้ำไปแล้วว่าต้องบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณี เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง คนที่นำเสนอข่าวผิดๆ ก็ลอยนวล แต่ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม วันนี้มีกระแสข่าวว่าคนที่ชื่อ ก. จะไปรับทราบข้อกล่าวว่า ที่ สน. ทุ่งสองห้องนั้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ
ทั้งนี้ มองอย่างไรถึงกรณีที่คนที่ชื่อ ก. จะแจ้งความจับ คนที่ชื่อ ส.? นายอรรษิษฐ์ มองว่า เมื่อมีการเปิดเผยความจริง เราก็ยิ่งดีใจ เพราะสุดท้ายเราต้องการหาตัวการ ที่อยู่ข้างหลังให้ได้ เพราะฉะนั้นใครที่มีข้อมูลอะไร อย่างที่นายกรัฐมนตรีบอกให้ไปร้องยังสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปลัดสำนักนายกระบุว่า ข้อมูลที่ให้เป็นความลับชั้นสุดยอด
โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยยังยืนยันว่า ไม่รู้จักกับคนที่ชื่อ ก. หลังจากที่มีการเปิดเผยว่า คนที่ชื่อ ก. อยู่ในแวดวงนักการเมืองท้องถิ่น