วันนี้ (27 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องสูบน้ำภายในประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำแบบกึ่งถาวร ปากคลองรังสิต ยังเร่งระบายน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ในแต่ละวันมีน้ำถูกสูบออกจากจุดนี้ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับเครื่องสูบน้ำหนึ่งตัวสูบน้ำออกจากพื้นที่ได้ 60 ลบ.ม.ต่อวินาที ที่นี่มีเครื่อง 20เครื่อง แบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ช่วงเวลาการใช้งาน โดยแต่ละช่วงใช้งาน10ตัว โดยการระบายน้ำจากจุดนี้จะไหลไปลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณรอยต่อของจ.ปทุมธานี กับจ.นนทบุรี ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร
น้ำทั้งหมดนี้ไหลมาจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ที่รับน้ำต่อมาจากคลองระพีพัฒน์ บริเวณท้ายเขื่อนพระราม 6 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถือเป็นจุดผันน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ไม่ให้ไหลผ่าน จ.สิงห์บุรี และจ.อ่างทอง แต่เมื่อน้ำไหลมาถึงตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือต้องระบายน้ำกลับสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง
นายกฯ องค์การบริหารส่วนตำบลหลักหก ลงพื้นที่ตรงสอบสถานีสูบน้ำด้วยตัวเอง หลังได้รับหนังสือจากกรมชลประทานให้แจ้งเตือนชาวบ้านให้เก็บของขึ้นที่สูง แต่หลังตรวจสอบ พบว่า น้ำที่ไหลเข้ามาจากคลองระพีพัฒน์ กับน้ำที่ไหลออกจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ มีปริมาณใกล้เคียงกัน จึงค่อนข้างมั่นใจว่า พื้นที่ตำบลหลักหกจะไม่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ หากฝนไม่ตกในพื้นที่
หนังสือแจ้งเตือนด่วนที่สุด ที่ขอให้ตำบลบางพูน ตำบลบ้านใหม่ และตำบลหลักหก เก็บของขึ้นที่สูงพร้อมขอให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ ฉบับนี้ ได้รับการยืนยันจากผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ ว่าเป็นเอกสารฉบับจริงแต่การแจ้งเตือนต้องการเน้นเฉพาะพื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีปล่อยน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เพราะการปล่อยน้ำทำเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว
สำหรับสถานการณ์น้ำในจังหวัดปทุมธานี 2อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม คือ อ.เมือง และ อ.สามโคก ซึ่งยังจำกัดเฉพาะพื้นที่ริมสองฝั่งปม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น
เจริญศักดิ์ ศรีสุทธิพันธิพร ถ่ายภาพ
บุศรินทร์ วรสมิทธิ์ pptv รายงาน