เมื่อวานนี้ (2 พ.ย.60) พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายพลุ ประทัดและดอกไม้เพลิง ในพื้นที่ย่านภูเขาทอง เขตป้อมปราบ กรุงเทพมหานคร โดยเข้าตรวจสอบร้านแรก คือ ร้านคุณแอ๊ด พบว่าในร้านมีพลุและดอกไม้ไฟชนิดต่างๆเก็บไว้ในอาคารเป็นจำนวนมากเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางต่อและพบว่าในร้านดังกล่าวไม่มีใบอนุญาติให้จำหน่ายพลุ ดอกไม้ไฟ จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการปิดร้าน
โดยพลตำรวจเอกวิระชัย ระบุว่า วันนี้ถือเป็นการปิดตำนานร้านจำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง ย่านภูเขาทองที่เปิดจำหน่ายมานานกว่า 50 ปี เพราะจากการตรวจสอบร้านค้าส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาติ และทางกทม.ก็ไม่ออกใบอนุญาติให้แล้ว หากใครฝ่าฝืนก็จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดี จากนั้นได้ไปตรวจร้านดอกไม้ไฟ ย่านป้อมพระกาฬ เขตพระนคร พบว่ามีร้านจำหน่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงอยากฝากให้ประชาชน ช่วยแจ้งเบาะแส หากพบการเล่นและลักลอบจำหน่ายและช่วยถ่ายคลิปแล้วแจ้งกับเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปดำเนินการต่อไป โดยผู้จำหน่ายพลุ ดอกไม้ไฟที่ไม่มีใบอนุญาติ มีความผิดตามพรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง โดยไม่ได้รับอนุญาติ มีโทษจำคุก ไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่ฝ่าฝืนเล่นและมีการจุดหรือปล่อย พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคนควัน ขึ้นสู่อากาศ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้สำหรับความปลอดภัย ของโป๊ะตามท่าเทียบเรือต่างๆ ได้ตรวจสอบความแข็งแรง โดยตำรวจนครบาลและกรมเจ้าท่า เข้มรักษาความปลอดภัย ไม่ให้มีจำนวนผู้โดยสารเข้าไปบริเวณโป๊ะเกินจำนวน ส่วนท่าเรือในเขตกรุงเทพฯ พบว่ามี 3 ท่า ที่มีสภาพชำรุด คือ ท่าสะพานพุทธฝั่งธน ท่าวัดม่วงแค และท่า วัดเทพนารี จึงมีการสั่งให้ปิดเพื่อทำการซ่อมแซม ก่อนเปิดใช้งานตามปกติ สำหรับท่าเรือที่จะเปิดให้ประชาชนสามารถลงไปลอยกระทงได้มีทั้งหมด 53 ท่า พร้อมฝากให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง ทั้งการนั่งเรือโดยสาร หรือลอยกระทงบนโป๊ะ