สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พลตรี ซิบูซิโซ โมโย โฆษกของคณะผู้ยึดอำนาจจากรัฐบาลซิมบับเว กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเมื่อ 4 นาฬิกา ของเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น โดยยืนยันว่า ทหารได้เข้ามาดูแลระบบการบริหารต่างๆ ของประเทศแล้ว ส่วนนายโรเบิร์ต มูกาเบ ประธานาธิบดี ยังคงอยู่ในตำแหน่ง ซึ่งตอนนี้ถูกควบคุมตัวไว้ แต่ปลอดภัยและไม่ได้รับอันตรายใดๆ
การยึดอำนาจครั้งนี้ เริ่มมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนของวันอังคาร เมื่อมีทหารหลายร้อยนาย ออกมาประจำการตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงฮาราเร สร้างความตื่นตระหนักสงสัยแก่ประชาชนอย่างมาก จนมาได้รับคำตอบเมื่อตอนตี 4 ว่า ทหารเข้ายึดอำนาจแล้ว
ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ถึงแม้ทางทหารจะยืนยันว่า เป็นเพียงการยึดอำนาจชั่วคราวและไม่มีการใช้กำลัง แต่กลับมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ในแถบบ้านพักของนายมูกาเบ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงฮาราเร แต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่าเป็นเสียงจากการต่อสู้หรือไม่ และในวันนี้ ทหารได้เข้าควบคุมตัวนายอิกนาติอุส ชอมเบ รัฐมนตรีคลัง โดยไม่มีรายละเอียดว่า ถูกจับในข้อหาอะไร
สำหรับบรรยากาศของกรุงฮาราเร ตลอดทั้งวันค่อนข้างเงียบเหงา แต่ระบบสาธารณูปโภค รวมถึงระบบขนส่งและรถแท็กซี่ ยังคงวิ่งให้บริการตามปกติ มีเพียงห้างร้านที่ส่วนใหญ่ปิดกิจการ การเคลื่อนไหวของกองทัพครั้งนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองในซิมบับเวที่ทวีความตึงเครียดมาตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวางตัวผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจาก โรเบิร์ต มูกาเบ ผู้นำเผด็จการ ที่อยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ซิมบับเวได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1980 (37 ปี) และถือว่าเป็นผู้นำที่อายุมากที่สุดในโลกในขณะนี้ ด้วยอายุ 93 ปี
โดยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีมูกาเบ ได้สั่งปลด รองประธานาธิบดีเอ็มเมอร์สัน มะนันกากวา (Emmerson Mnangagwa) ซึ่งเป็นพันธมิตรกันมายาวนาน และได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีและผู้นำพรรครัฐบาล ซานู-พีเอฟ (Zanu-PF) โดยอ้างว่านายมะนันกากวา “มีท่าทีที่แสดงถึงความไม่จงรักภักดี” และกำลังวางแผนยึดอำนาจ
ภายหลังการสั่งปลด มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากกว่าร้อยคนที่สนับสนุนนายมะนันกากวา ก็ถูกขึ้นบัญชีผู้ที่ถูกดำเนินการทางวินัยด้วย การสั่งปลดนายมะ-นัน-กา-กวา นี้ ถูกมองว่าเป็นความพยายามของมูกาเบที่จะแต่งตั้ง นางเกรซ มูกาเบ สตรีหมายเลขหนึ่ง วัย 52 ปี ขึ้นเป็นรองประธานาธิบดีแทน เพื่อปูทางสู่การเป็นผู้สืบทอดในที่สุด จนทำให้เกิดความบาดหมางขึ้นภายในพรรค ซานู-พีเอฟ จนแบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่าย
นายมะนันกากวา ซึ่งขณะนี้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว เป็นอดีตทหารที่ร่วมต่อสู้สงครามประกาศเอกราชจากอังกฤษ ช่วงทศวรรษ 1970 และมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายพลคอนสแตนติโน ชิเวนกา ผู้บัญชาการกองทัพซิมบับเว โดยหลังจากที่นายมะนันกากวา ถูกปลด นายพลชิเวนกา ก็แถลงข่าวที่กองบัญชาการกองทัพในกรุงฮาราเรเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเตือนว่า ตนและกองทัพไม่ลังเลที่จะเข้าแทรกแซง หากพรรครัฐบาลยังคงกวาดล้างเจ้าหน้าที่อย่างนายมะนันกากวา ที่เคยสู้รบในสงครามประกาศเอกราช
วิกฤติการเมืองซิมบับเวครั้งนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด ต้องจับตาดูว่ากองทัพซิมบับเวว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงปฏิกิริยาจากสมาชิกพรรคซานู-พีเอฟฝ่ายที่สนับสนุนนายมูกาเบและนางเกรซ