วันนี้ (16 พ.ย.60) นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร เดินทางไปกราบไหว้สักการะพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเอง เพราะวันพรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสินการขอรื้อฟื้นคดีคดีขับรถชนคนตายโดยประมาท ที่เธอตกเป็นผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 หลังเธออ้างว่า ตัวเองเป็นแพะ ไม่ได้กระทำความผิด ด้วยการยื่นหลักฐานใหม่คือ นายสับ วาปี เป็นคนทำผิดต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 เมื่อปี 2559
สำหรับแนวทางการตัดสินการรื้อฟื้นคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร วันพรุ่งนี้ที่ศาลจังหวัดนครพนมมีความเป็นไปได้ 2 ทิศทาง คือ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า “ยืนตามคำพิพากษาเดิม” กับ “เปลี่ยนคำพิพากษาใหม่”
หากคาดการณ์ว่าวันพรุ่งนี้ครูจอมทรัพย์จะได้รับข่าวดีคือ “ศาลฎีกายกคำพิพากษาเดิม หรือ เปลี่ยนคำพิพากษาใหม่” นั่นหมายความว่า เธอจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ทันที ซึ่งต้องดูว่าเปลี่ยนคำพิพากษาเพราะอะไร มีความเป็นไปได้ 2 กรณีคือ
1. เพราะเหตุสงสัย หมายความว่า พยานหลักฐานฝ่ายคัดค้านอัยการ-ตำรวจ ไม่ทำให้ศาลเชื่อว่า ครูจอมทรัพย์เป็นคนขับรถชนคนตายจริง จึงยกให้เป็นคุณประโยชน์กับจำเลย
2. เพราะพยานหลักฐานใหม่ชัดเจน ถ้าเป็นเหตุผลนี้หากวิเคราะห์ อาจจะมีผลกระทบหลายหน่วยงานตั้งแต่ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ และ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำคดี
แต่ถ้าวันพรุ่งนี้ศาลฎีกาตัดสินยืนตามคำพิพากษาเดิม คือ ครูจอมทรัพย์ขับรถชนคนตายโดยประมาท นั่นหมายความว่า เธอจะไม่ได้กลับเข้ามารับราชการครู
แต่ถ้าศาลฎีกากลับคำพิพากษาใหม่ ครูจอมทรัพย์จะพ้นมลทินทันที มีโอกาสได้กลับเข้ามารับราชการครู และจะได้รับเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนแก่ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย แก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544
ถ้าทีมทนายใส่ในคำร้องขอรื้อฟื้นคดี เรื่องขอค่าถูกคุมขังจะได้ประมาณวันละ 500 บาท ครูจอมทรัพย์ ติดคุก 1 ปี 6 เดือน เป็นเวลา 545 วัน จะได้เงินเยียวยา 272,500 บาท แต่ถ้าไม่ได้เขียนจะได้ค่าเยียวยาวันละ 300 บาท ตามค่าแรงขั้นต่ำในจังหวัดที่เธออาศัยอยู่ รวมเป็นเงิน 109,680 บาท และมีสิทธิ์ขอค่าเยียวยาจากกระทรวงศึกษาธิการได้ในช่วงที่อยู่ในเรือนจำ