วันนี้ (22 พ.ย.60) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่พยายามซักถามว่า หากน้องเมย หรือ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ มีปัญหาสุขภาพ สามารถผ่านเกณฑ์คัดเลือกเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้อย่างไร โดยระบุว่า น้องเมยมีประวัติเจอกับภาวะฮีตสโตรก และจากข้อมูลการถูกซ่อมจนหยุดหายไปแล้วครั้งหนึ่งก็มาจากสาเหตุนี้ ซึ่งภาวะนี้เกิดจากการอยู่กลางแดดหรืออากาศร้อนจัด โดยไม่มีใครทราบว่าจะนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้
หลังจากพล.อ.ประวิตร ให้ข้อมูลชุดนี้ พล.อ. ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็ออกมาทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนว่า ปีนี้ไม่มีข้อมูลรายงานว่า เด็กนักเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตจากภาวะฮีตสโตรก และพล.อ.ประวิตร อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประเด็นนี้ จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยทำความเข้าใจ พร้อมยืนยันว่า น้องเมยมีปัญหาสุขภาพ แต่เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้ขัดหลักเกณฑ์ได้รับเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร ส่วนประเด็นที่น้องเมยเคยถูกซ่อมจนหัวใจหยุดเต้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระบุว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว
ส่วนเรื่องการซ่อมในโรงเรียนเตรียมทหาร หรือการฝึกทหารทุกระดับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันว่า ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะเป็นเรื่องปกติในการฝึกอยู่แล้ว ส่วนตัวก็เคยถูกซ่อมจนหมดสติ ซึ่งหากใครต้องการเข้ามาเป็นทหารก็ต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม
หลัง พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์เสร็จเมื่อช่วงเช้า ทางกองทัพได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งทำมาในรูปแบบภาพนิ่งแจกให้กับสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่า ก่อนเสียชีวิต น้องเมย ไม่ได้ถูกซ่อมหรือทำร้ายร่างกายอย่างที่มีการตั้งข้อสังเกต
โดยภาพแรก เป็นเวลาประมาณ 9.30 น. ปรากฏภาพว่าน้องเมยเดินออกจากกองแพทย์เพื่อไปเอาของใช้ส่วนตัว และเดินกลับนำของไปเก็บหลังจากนั้นเวลา 10.00 น. เป็นเวลาที่ทางทหารอ้างว่าเจ้าหน้าที่พบน้องเมยเป็นลมอยู่บริเวณถนนทางขึ้นกองแพทย์จนต้องนำตัวส่งห้องพยาบาล น่าสนใจว่าจุดนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด
จนกระทั่งเวลา 14.12 น. ปรากฏภาพน้องเมยยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้หญิงในกองแพทย์ ก่อนที่ช่วง 15.13 น. น้องเมยจะยืนคุยโทรศัพท์กับผู้ปกครองเป็นเวลานานกว่า 10 นาที และเมื่อวางสายก็พบว่าน้องเมยเอามือกุมหน้าอกด้านซ้ายและกลับเข้าไปในห้องพักฟื้น
จากนั้นเวลาประมาณ 15.40 น. พ่อของน้องเมยขอให้เจ้าหน้าที่นำโทรศัพท์ไปให้คุยกับน้องเมย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบว่าน้องเมยกำลังจะล้มลงจึงรีบตามแพทย์มาดูอาการ และนำตัวส่งโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และเสียชีวิตหลังจากนั้น
แต่ภาพวงจรปิดทั้งหมดนี้เป็นภาพในช่วงที่น้องเมยอยู่ในกองแพทย์เท่านั้น แต่เหตุการณ์ก่อนหน้าที่น้องเมยจะเข้ามาอยู่ในกองแพทย์ ภาพเหตุการณ์ชุดนี้ก็ยังไม่เพียงพอจะอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ขณะที่พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า กรณีอวัยวะของน้องเมยถูกนำออกจากร่าง หากทางญาติติดใจสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ แต่ขณะนี้ในส่วนที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้คือการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ เท่านั้น
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังบอกด้วยว่า ยังไม่มีกองทัพติดต่อประสานข้อมูลมา และส่วนตัวมองว่าคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในโรงเรียนเหล่าทัพ ซึ่งมีกระบวนการจัดการเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว
อ่านข่าว : เปิดขั้นตอนผ่าศพ ชันสูตร หาสาเหตุการตาย