วันนี้ (27 พ.ย.60) นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. เปิดเผยว่า ในแต่ละปีประเทศไทยจะมีรถยนต์ส่วนบุคคล 4 ล้อ เดินทางผ่านจุดผ่านแดน เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือ รอยต่อในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน มากกว่าปีละ 2 ล้านคัน ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้ง การสร้างมลพิษทางอากาศ มีโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ และมีการใช้เชื้อเพลงสูง จึงได้มีการศึกษาที่จะให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม และค่าผ่านทาง หรือ ค่าใช้ถนน สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำรายได้มาบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาดังกล่าว
โดยแนวทางเบื้องต้นคาดว่า จะเก็บค่าธรรมเนียมการขออนุญาตผ่านทางคันละ 100 บาท มีอายุ 5 ปี และเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางคันละ 42 บาทต่อเที่ยว โดยจะไม่มีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมในช่วง 10 ปีแรก หลังจากนั้นจะปรับขึ้นทุกๆ 5 ปี ส่วนในระยะต่อไปใน 4-7 ปีข้างหน้า จะติดตั้งระบบจีพีเอสติดตามยานพาหนะที่เข้ามาในประเทศ และคิดค่าผ่านทางคันละ 500 บาท
สำหรับผลการศึกษาน่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ก่อนเสนอให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนภายในช่วงกลางปี 2561 หากเป็นไปตามกระบวนการ คาดว่า จะเริ่มต้นเก็บค่าธรรมเนียมและค่าผ่านทางในช่วงปลายปี 2561 สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล 4 ล้อที่เดินทางผ่านแดนเข้ามายังประเทศไทย ส่วนรถบรรทุกและรถขนส่ง ขณะนี้ยังไม่ได้มีการศึกษา สำหรับการลงทุนจะให้เอกชนร่วมลงทุนในการติดตั้งและบริหารจัดการระบบ โดยแบ่งสัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียม ซึ่งจะมีอายุสัญญา 20 ปี