หลังครอบครัวนักเรียนเตรียมทหารภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ออกมาแสดงเอกสารชันสูตรพลิกศพ โดยระบุว่า ผลตรวจพบว่า นักเรียนเตรียมทหารภคพงศ์ มีเลือดคั่งในตับและม้าม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจากการทำ CPR และเรียกร้องให้ต้นสังกัดหาข้อเท็จจริงในประเด็นนี้
วันนี้ (27 พ.ย.60) นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล อธิบายกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า เลือดคั่งในอวัยวะภายในร่างกาย ส่วนใหญ่เป็นภาวะที่เกิดจากอวัยวะฉีกขาด หรือระบบหลอดเลือดที่เลี้ยงอวัยวะดังกล่าวมีปัญหา และมักพบว่า อาการผิดปกตินี้ เกิดจากการถูกกระแทกอย่างแรง พร้อมระบุว่า ความเข้าใจของครอบครัวนักเรียนเตรียมทหารภคพงศ์ ที่ระบุว่า เลือดคั่งในตับและม้าม เป็นตำแหน่งที่ไม่น่าจะเกิดจากการปั๊มหัวใจ หรือ CPR มีความสอดคล้องกับหลักการทางการแพทย์ เพราะการทำ CPR มีโอกาสค่อนข้างน้อยที่จะทำให้มีเลือดคั่งในอวัยวะทั้ง 2 ได้ เนื่องจากตำแหน่งของตับกับม้าม อยู่บริเวณกลางลำตัวค่อนมาทางช่องท้อง แต่จุดที่ทำ CPR อยู่ตรงหน้าอก
นอกจากนี้ นายแพทย์สิทธา ยังอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า ภาวะเลือดคั่งในอวัยวะภายในนั้น บางกรณีก็พบว่า ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ เพราะเมื่อมีเลือดคั่งในอวัยวะต่างๆ จะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้การทำงานของหัวใจผิดปกติได้
ส่วนความคืบหน้าในการทำคดีของตำรวจ จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเชิญครอบครัวของนักเรียนเตรียมทหารภคพงศ์มาสอบปากคำได้ โดยพลตำรวจตรี วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามคดี ชี้แจงว่า ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อวัยวะของผู้เสียชีวิตที่ส่งไปตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม รวมถึงต้องรอโรงเรียนเตรียมทหารส่งพยานวัตถุและพยานบุคคลเพิ่มเติมด้วย ในจำนวนนี้มีรุ่นพี่ที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซ่อมนักเรียนเตรียมทหารภคพงศ์อยู่ในข่าย โดยตอนนี้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 10 คน
อัยการตั้งข้อสังเกต การชันสูตรศพ “น้องเมย” อาจผิดขั้นตอน
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์พิเศษกับพีพีทีวี ว่า ตามขั้นตอนทางกฎหมาย หากต้องการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ไม่สามารถทำได้เองโดยบุคคลทั่วไป หรือ แม้แต่หน่วยงานใด แต่จะต้องเริ่มต้นจากการเข้าแจ้งความกับตำรวจก่อน จากนั้นพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ส่งเรื่องไปชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการเอง ส่วนการไม่นำอวัยวะกลับคืนไว้ที่เดิมหลังการชันสูตรเสร็จสิ้น ตามกฎหมายไม่มีการระบุความผิดไว้ แต่นายปรเมศว์มองว่าอาจเข้าข่ายความผิดตามจรรยาบรรณแพทย์
ขณะที่นายพิเชษฐ์ ตัญกาญจน์ พ่อน้องนักเรียนเตรียมทหารภคพงศ์ ระบุในช่วง 2-3วันนี้ ครอบครัวขอพักผ่อนเพราะมีอาการอ่อนเพลีย หลังจากเมื่อวาน ออกมาแถลงเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้โรงเรียนเตรียมทหารชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิต
อ่านข่าว : เปิดใจพ่อนักเรียนเตรียมทหารที่ถูกซ่อมจนเสียชีวิตปี’50