เบื้องต้นฝ่ายเทคนิค ของทางบริษัทรถก็ได้ออกมาชี้แจงกับผู้ร้องเรียนว่า สาเหตุที่ถุงลมนิรภัยรถคันนี้ไม่ทำงาน เพราะตำแหน่งการชนไม่ตรงกับตัวจับสัญญาณหรือเซ็นเซอร์ แต่ฝ่ายผู้ร้องเรียนก็ยังติดใจ เพราะตำแหน่งการชนเป็นการชนด้านหน้าในจุดที่เซ็นเซอร์ถุงลมติดตั้งอยู่ โดยจะนัดเจรจากันอีกครั้ง ในวันที่ 26 ธันวาคม นี้ จากกรณีที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันและตรวจเช็คเบื้องต้นว่าถุงลมนิรภัยของรถเรานั้นยังมีประสิทธิภาพอยู่หรือไม่ วันนี้จึงมีข้อสังเกตุเล็กๆน้อยๆมาฝากคุณผู้ชมกัน
เพื่อเป็นการป้องกันเบื้องต้นผู้ขับขี่ควรจะมีการสังเกตทุกครั้งว่าตัวเซ็นเซอร์ถุงลมนิรภัยมีไฟสีแดงปรากฏที่หน้าจอหน้าไม่ หากผิดปกติจะมีไฟสีแดงขึ้นให้รีบนำรถเข้าตรวจเช็คทันที ถุงลมนิรภัยมีอายุการใช้งาน ขับขี่รถควรหมั่นนำรถเข้าไปตรวจเช็คตามระยะที่ทางผู้จัดจำหน่ายรถกำหนดทุกครั้ง เพื่อจะได้ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆภายในรถว่ามีอะไรต้องเปลี่ยน หรือมี อุปกรณ์ตรงไหนหมดอายุการใช้งาน หากเกิดอุบัติเหตุหรือมีความผิดพลาดของตัวสินค้า(ถุงลม) ตามหลักการทำงาน อาจมีการชน แต่ไม่ตรงกับตัวเซ็นเซอร์เช่น ชนเฉียงชนเอียง ไม่ตรงกับเซ็นเซอร์ของถุงลมนิรภัยถุงลมก็จะไม่ทำงาน ที่สำคัญเวลาเราเอารถไปเช็คหรือเข้าศูนย์ก็ควรตรวจเช็คด้วยว่าทางศูนย์ได้มีทดสอบการทำงานของเซ็นเซอร์ถุงลมนิรภัยหรือไม่ เพราะโดยปกติจะมีอายุมาตรฐานการใช้งานเฉลี่ย เพียงแค่ประมาณ 3 ปีเท่านั้น
หากเกิดอุบัติเหตุสิ่งแรกคือ ตั้งสติ แล้วติดต่อบริษัทประกัน ไปยังผู้ผลิตและจำหน่าย เพื่อให้ทางบริษัทรถยนต์เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขซ่อมแซม หากไม่สามารถตกลงกันได้ระหว่างบริษัทรถยนต์กับผู้ซื้อให้ไปติดต่อยากหน่วยงานสถาบันยานยนต์ซึ่งเป็นคณะกรรมการด้านยานยนต์ของ สคบ.ให้มาดำเนินการตรวจสอบปัญหาว่าตรงกับข้อร้องเรียนหรือไม่ ว่าสภาพจริงของรถยนต์เป็นแบบนี้หรือไม่หรือว่าปัญหานี้เกิดจากกระบวนการผลิต