สภากิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า ความคืบหน้าทางการเมืองในประเทศไทยที่ผ่านมาปีนี้ เช่น การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และคำยืนยันจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะจัดการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า เป็นเหตุผลสมควรที่ทำให้ทางอียูตัดสินใจฟื้นสัมพันธ์ทางการเมืองกับไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อนำไปสู่การเจรจาที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย กับรัฐบาลพลเรือนที่ได้รับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เช่น การเจรจาการค้าเสรี และประเด็นอื่นๆ ที่มีความกังวล
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่สหภาพยุโรปได้ยุติการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และระงับการลงนามข้อตกลงความร่วมมือและเป็นหุ้นส่วน เป็นเวลานานกว่า 3 ปี ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2014 หลังจากเหตุการณ์รัฐประหาร
อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปได้ย้ำให้ไทยเร่งฟื้นฟูกระบวนการทางประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม รวมถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ซึ่งสหภาพยุโรปยังคงเป็นห่วงถึงการคุกคามนักเคลื่อนไหวและการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก