พรปวีณ์ ปิติธินยาโรจน์ บาริสต้า วัย 32 ปี ตั้งใจรับเมนูลูกค้าที่มาสั่งเครื่องดื่ม แม้ว่าบางช่วงต้องใช้ภาษามือในการสื่อสาร เนื่องจากเธอมีปัญหาทางการได้ยิน หน้าที่หลักของเธอคือ บาริสต้าประจำร้าน จากความชอบตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอตัดสินใจมาสมัครเป็นพนักงานที่ร้านกาแฟยิ้มสู้ ทันที นี่เป็นงานแรกในฐานะพนักงานประจำ
ภายในร้านยังมีพนักงานอีกหลายคนที่เหมือนกับพรปวีณ์ แม้ว่าพวกเขาจะจัดอยู่ในกลุ่มผู้พิการทางการได้ยิน แต่การทำงานครั้งนี้ไม่ถือว่าเป็นปัญหา เพราะพวกเขามองว่าเป็นโอกาสดีที่ได้ทำงานร่วมกับคนในสังคม และยอมรับพวกเขาได้ มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จัดหาโอกาสให้กับผู้พิการหลายครั้ง เช่นเดียวกับร้านกาแฟยิ้มสู้ ที่เปิดพื้นที่ให้กับพวกเขาได้ใช้ความสามารถที่มีอยู่มาต่อยอดในการประกอบอาชีพ สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้
จากข้อมูลของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พบว่าผู้พิการทั่วประเทศที่ลงทะเบียน กว่า 1 ล้าน 8 แสนคน มีงานทำแล้ว 2 แสน 2 หมื่นคน ส่วนผู้พิการที่สามารถทำงานได้แต่ยังไม่มีงานทำ มีมากถึง 4 แสน 5 หมื่นคน และผู้พิการรุนแรงซึ่งต้องพึ่งพาผู้ดูแลประมาณ 1 แสนคน
ขณะที่ มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จึงผลักดันส่งเสริมอาชีพให้กับผู้พิการ ผ่านอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะผู้พิการที่อยู่ต่างจังหวัด เช่น เลี้ยงจิ้งหรีด ปลูกผักโฮโดรโปนิกส์ และปลูกเห็ด ปัจจุบันได้นำร่องไปแล้วภายใต้ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน จ.เชียงใหม่
นายนิพนธ์ ตาสา หรือ ตาต้า พิการทางการเคลื่อนไหวตั้งแต่กำเนิด เป็นหนึ่งในนักเรียนที่ฝึกอาชีพ ได้ทดลองเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อส่งขายให้กับตลาดในชุมชน ทำให้มีรายได้เฉลี่ย 15,000 บาทต่อเดือน จากเดิมได้รับแค่ 800 บาท จากเบี้ยเลี้ยงชีพของคนพิการ ปัจจุบัน ตาต้า กลายเป็นเสาหลักของครอบครัวคนสำคัญ
หลังจากนี้มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จะขยายศูนย์ฝึกอาชีพให้กับผู้พิการ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาสามารถใช้ความสามารถที่มีอยู่สานต่อเป็นอาชีพได้ และมีเงินมาเลี้ยงครอบครัว
บวร แนวฤทธิกุล ถ่ายภาพ
เกศินี เขียนวารี รายงาน