ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเปิดบริการระบบ “พ.ม. CARE” เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินสงเคราะห์และช่วยเหลือทางสังคมได้ผ่านมือถือ ซึ่งช่วยลดขั้นตอน และประหยัดเวลาของประชาชนมากขึ้น รวมถึงมีระบบที่สามารถติดตามสถานะได้อย่างครบวงจร
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระบบ "พ.ม. CARE" สามารถเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชัน ThaiD แอปพลิเคชันทางรัฐ รวมถึงฐานข้อมูลของกระทรวง พม. ทำให้ลดความซับซ้อนของข้อมูล เพิ่มความแม่นยำ โปร่งใส เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูลง่าย ซึ่งเป็นผลดีต่อประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือรวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยในระยะแรก ประชาชนสามารถยื่นคำร้องผ่านระบบ "พ.ม. CARE" ได้ทั้งหมด 6 ประเภทได้แก่
- เงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน
- เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน
- เงินสงเคราะห์ครอบครัว
- เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
- เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง
- เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก
หากท่านใดไม่สะดวกใช้งานผ่านมือถือหรืออยู่ในเขตพื้นที่ห่างไกล สามารถติดต่อรับบริการจากเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ซึ่งพร้อมให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับการให้บริการภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ระบบ พม. CARE จะช่วยลดภาระการเดินทาง ลดการใช้เอกสาร และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถยื่นคำขอและติดตามผลได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือ ขณะเดียวกันยังช่วยให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน ทำให้การพิจารณาและส่งต่อความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเข้าถึงผู้ที่เดือดร้อนจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ