กระแส "ชาเย็น" กลับมาเป็นประเด็นพูดถึงบนโลกออนไลน์อีกครั้ง หลังหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเล่าประสบการณ์ปัญหาสุขภาพ โดยระบุว่าดื่มชาเย็นทุกวัน ก่อนมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล พร้อมเผยภาพนิ่วจำนวน 19 เม็ด และข้อความว่า "ผลของการกิน #ชาเย็น ทุกวัน นิ่ว 19 เม็ด"
ต่อมาเจ้าของโพสต์ได้อัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมว่า เธอกินชาเย็นมานานกว่า 10 ปี และต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง และแพทย์ตรวจพบนิ่วรวมเกือบ 30 เม็ด
ทำให้เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก และถูกแชร์ต่อเป็นวงกว้าง
ขณะเดียวกัน บนแพลตฟอร์ม X ผู้ใช้งานจำนวนมากได้หยิบยกประเด็นนี้มาถกเถียงต่อ ผ่านโพสต์ที่ระบุข้อความว่า "อวสานทาสรักชาเย็น" จนเกิดคำถามว่า การดื่มชาเย็นทุกวันสามารถทำให้เกิดนิ่วได้จริงหรือไม่ โดยหลายคนแสดงความกังวล เนื่องจากชาเย็นเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่หลายคนดื่มเป็นประจำ ขณะที่อีกส่วนมองว่า การเกิดนิ่วไม่ได้มีสาเหตุมาจากชาเย็นเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการรับประทานอาหารของแต่ละบุคคลร่วมด้วย
ด้านกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า ชานมเย็นหรือชาเย็นรสหวาน นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินแล้ว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด "นิ่วในไต" ได้ในบางกรณี หากดื่มเป็นประจำร่วมกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
นิ่วในไตเกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุต่าง ๆ ภายในปัสสาวะ จนรวมตัวเป็นก้อนแข็ง มีขนาดตั้งแต่เล็กเท่าเม็ดทรายไปจนถึงขนาดใหญ่ หากก้อนนิ่วเคลื่อนตัวไปอุดตันทางเดินปัสสาวะ อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องหรือปวดบั้นเอวอย่างรุนแรง ปัสสาวะผิดปกติ และในรายที่รุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตได้
กรมอนามัยระบุว่า ชานมเย็นอาจมีองค์ประกอบบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดนิ่ว ได้แก่
- น้ำตาลฟรุกโตส เมื่อได้รับในปริมาณมาก ร่างกายจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ไตทำงานหนักขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่ว
- แคลเซียม ชานมบางชนิดมีส่วนผสมของนม ซึ่งมีแคลเซียม หากได้รับในปริมาณมาก ร่างกายจะขับแคลเซียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ และอาจเกิดการตกผลึกได้
- ออกซาเลต เป็นสารที่พบในใบชา เมื่อจับตัวกับแคลเซียมจะกลายเป็นนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลต ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
การดื่มชาเย็นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดนิ่วในไตในทุกคน เพราะการเกิดนิ่วยังเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น การดื่มน้ำน้อย การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมหรือออกซาเลตสูง โรคประจำตัว รวมถึงพันธุกรรม
เลือกดื่มชานมเย็นให้ดีต่อสุขภาพ
- เลือกสั่งแบบหวานน้อย หรือหวาน 0-25%
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพื่อช่วยเจือจางปัสสาวะและลดการตกผลึกของแร่ธาตุ
- เลือกใช้นมไขมันต่ำ นมพร่องมันเนย หรือนมถั่วเหลือง เพื่อลดปริมาณไขมันและพลังงาน
- รับประทานผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย หรือมะเขือเทศ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดนิ่วได้
ผู้บริโภคยังสามารถดื่มชาเย็นหรือชานมเย็นได้ แต่ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม เลือกสูตรหวานน้อย และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน เพราะแม้ชาเย็นจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของการเกิดนิ่วในไต แต่การดื่มในปริมาณมากต่อเนื่อง ร่วมกับพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคได้ในระยะยาว