ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2560 เห็นชอบให้สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยด้วยการเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี สำหรับประชาชนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อาศัยในพื้นที่ของโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หรือพื้นที่เป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมาก 3,920 หมู่บ้าน ซึ่ง กสทช.กำลังดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์
ทั้งนี้ จะเป็นการเปิดให้บริการฟรีเป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2561-2563 จากเดิมที่จะมีการคิดค่าบริการไม่เกิน 200 บาทต่อเดือน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 30 เมกะบิต โดย กสทช.จะใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 4,683.73 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ประมาณ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป โดยขณะนี้สำหรับความคืบหน้าในการติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อและให้บริการของเน็ตชายขอบไปแล้ว 15%
ตามข้อมูลของกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปี 2560 พบว่า ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่อยู่ในพื้นที่ชายขอบนั้น มีรายได้เฉลี่ย 5,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน แต่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน มติของ กสทช. ดังกล่าวนี้จะช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างคนเมืองกับคนในพื้นที่ชายขอบ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน เช่น การรักษาแพทย์ทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต การสร้างองค์ความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึง เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ กสทช.ประเมินว่าหากครัวเรือนในพื้นที่ชายขอบสามารถสร้างรายได้ ทั้งการขายสินค้าโอท็อปผ่านระบบออนไลน์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เกิดรายได้เพิ่มขึ้นเพียง 2,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตปีละ 12,480 ล้านบาท
โดยประชาชนในพื้นที่ชายขอบที่ผ่านเกณฑ์เป็นผู้มีรายน้อยของกระทรวงการคลัง กสทช. คาดว่าจะมีประมาณ 520,000 ครัวเรือน คิดเป็น 86% จาก 607,000 ครัวเรือนที่ลงทะเบียนไปกับกระทรวงการคลัง จะได้รับประโยชน์ในการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตามนโยบายรัฐบาล