เลขา กสทช. สุดอัดอั้น! ศึกบอร์ดสองขั้ว ทำงานลำบาก ลั่นไม่เลือกข้างใคร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เลขา กสทช. เปิดใจ ทำงานสุดลำบาก! หลังประชุมบอร์ดล่มซ้ำซาก ลั่น “ขยับซ้ายก็เหนื่อย ขยับขวาก็เหนื่อย” ยืนยันไม่อยู่ข้างใคร แต่อยู่ข้างกฎหมาย เผยเสนอทางออกทุกช่องทางแล้ว แต่ 6 กรรมการยังไร้การตอบสนอง

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงชี้แจงการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช. ภายหลังเกิดปัญหาการประชุมคณะกรรมการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ รวมถึงกรณีการเรียกประชุมซ้อนกันในวันเดียวกัน 

นายไตรรัตน์ ระบุว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ได้ต้องการสร้างปัญหาหรือความขัดแย้งเพิ่มเติม แต่ต้องการอธิบายข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช.  

 

กสทช. ช่างภาพพีพีทีวี
เลขา กสทช. สุดอัดอั้น! ศึกบอร์ดสองขั้ว ทำงานลำบาก ลั่นไม่เลือกข้างใคร

ที่ต้องยึดหลักความถูกต้องตามกฎหมาย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่าการดำเนินการของตนเองถูกต้อง

“ขยับซ้ายก็เหนื่อย ขยับขวาก็เหนื่อย เพราะทั้งสองฝั่งก็ยืนยันว่าถูกต้องทุกอย่าง แต่สิ่งที่สำนักงานคิดคือ ไม่ได้อยู่ข้างไหน แต่อยู่ข้างกฎหมาย”

นายไตรรัตน์ อธิบายว่า ตามระเบียบการประชุม กสทช. การกำหนดประชุมเป็นอำนาจของประธาน กสทช. โดย นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังคงมีหนังสือสั่งการมายังสำนักงานในฐานะประธาน กสทช. โดยอ้างอำนาจตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ขณะที่ข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานะการดำรงตำแหน่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์

ทั้งนี้ เนื่องจากเลขาธิการ กสทช. มีสายการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธาน กสทช. เมื่อ นพ.สรณ ยืนยันสถานะและมีคำสั่งอย่างเป็นทางการ สำนักงานจึงจำเป็นต้องรับคำสั่งตามหน้าที่

ขณะเดียวกัน กรรมการ กสทช. อีก 6 คน มีความประสงค์จะจัดการประชุม ซึ่งสำนักงานก็พยายามอำนวยความสะดวกเท่าที่สามารถดำเนินการได้ แต่ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการจัดประชุม หากรวมถึงความถูกต้องของมติและการนำมติดังกล่าวไปปฏิบัติ

นายไตรรัตน์ เปิดเผยว่า การประชุมของกรรมการทั้ง 6 คนที่ผ่านมา รวม 4 ครั้ง จนถึงการประชุมเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม สำนักงานยังไม่ได้รับรายงานการประชุมหรือเทปบันทึกเสียง รวมถึงไม่ทราบรายละเอียดว่ามติที่ประชุมถูกจัดเก็บไว้ที่ใด ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบและดำเนินการตามมติได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังไม่มีข้อยุติว่าการประชุมของกรรมการทั้ง 6 คน หรือการเรียกประชุมโดยประธาน กสทช. ฝ่ายใดเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากยังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับคำสั่งศาลและสถานะของประธาน กสทช.

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานได้เสนอแนวทางคลี่คลายปัญหาหลายทางเลือก ทั้งการให้กรรมการทั้ง 6 คนจัดทำหนังสือร่วมกันเพื่อแสดงเจตนาให้ชัดเจน หรือดำเนินการตามมาตรา 20 วรรค 5 เพื่อเลือกประธาน กสทช. คนใหม่ หากเห็นว่าประธานคนเดิมพ้นจากตำแหน่งแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนอง

“ผมไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไร อาจเป็นเส้นบาง ๆ การทำงานของสำนักงาน กสทช. ว่าจะออกซ้ายหรือออกขวา”

พร้อมกล่าวขอโทษผู้ประกอบการและประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากความล่าช้าในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้สำนักงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก

อีกประเด็นที่นายไตรรัตน์แสดงความกังวล คือกระบวนการจัดเก็บหลักฐานการประชุม โดยระบุว่าสำนักงานได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งลบเทปบันทึกเสียงการประชุมของกลุ่มกรรมการ ซึ่งอาจกระทบต่อความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนหลัง รวมถึงสร้างความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม หากไม่มีหลักฐานบันทึกเหตุการณ์อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ

สำหรับการนำมติ กสทช. ไปปฏิบัติ นายไตรรัตน์ ระบุว่า มติบางเรื่องมีผลผูกพันในฐานะคำสั่งทางปกครอง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการและข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะมติที่เกี่ยวข้องกับภาระทางการเงิน เช่น การสั่งคืนเงินให้บริษัท หรือการสั่งปรับผู้ประกอบการวันละ 2-3 ล้านบาท

หากสำนักงานนำมติที่ยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายไปดำเนินการ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องจากผู้มีส่วนได้เสีย หรือการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ส่งผลให้ทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายในภายหลัง

นายไตรรัตน์ ยืนยันว่า หากคณะกรรมการมีคำสั่งหรือข้อเสนอแนะที่ถูกต้องตามกฎหมาย สำนักงานพร้อมดำเนินการทุกเรื่อง แต่เมื่อแนวทางที่เสนอไปไม่ได้รับการตอบสนอง จึงจำเป็นต้องตัดสินใจดำเนินการในสิ่งที่เห็นว่าถูกต้องที่สุด

พร้อมระบุว่า ตนเหลืออายุราชการอีกเพียง 3 ปีก่อนเกษียณ และไม่ต้องการให้ตนเองหรือเจ้าหน้าที่ต้องมารับผลกระทบทางกฎหมายจากการปฏิบัติหน้าที่ จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจข้อจำกัดของสำนักงาน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและปกป้องเจ้าหน้าที่เกือบ 2,000 คน ไม่ให้ต้องรับความเสี่ยงจากคำสั่งหรือมติที่ยังมีข้อโต้แย้ง

ส่วนคำถามว่าใครจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าฝ่ายใดดำเนินการถูกต้อง นายไตรรัตน์ ระบุว่า น่าจะต้องรอคำพิพากษาของศาล เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์

นอกจากนี้ นายไตรรัตน์ ยังแสดงความกังวลว่าความขัดแย้งภายใน กสทช. อาจส่งผลกระทบต่อภารกิจด้านต่างประเทศ โดยเฉพาะการเข้าร่วมประชุมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) เนื่องจากขณะนี้ยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการแต่งตั้งหัวหน้าคณะผู้แทนไทย รวมถึงเอกสารมอบอำนาจจากรัฐบาลที่ใช้ยืนยันสถานะและอำนาจของผู้แทนประเทศ

หากไม่สามารถคลี่คลายปัญหาดังกล่าวได้ อาจกระทบต่อการสมัครรับเลือกตั้งเข้าสู่คณะมนตรี ITU ซึ่งนายไตรรัตน์แสดงความกังวลว่า ประเทศไทยอาจสูญเสียโอกาสในการรักษาตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางด้านโทรคมนาคมระหว่างประเทศ

นายไตรรัตน์ ย้ำว่า การมีสถานะในคณะมนตรี ITU ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทและสิทธิมีเสียงในการเจรจาหรือประสานงานด้านโทรคมนาคมระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นสิทธิการใช้วงโคจรดาวเทียม ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการประสานงานและความร่วมมือระหว่างประเทศ

ส่วนกระแสข่าวว่ารัฐบาลอาจออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อยุบหรือยุติบทบาทของบอร์ด กสทช. นายไตรรัตน์ ระบุว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และเป็นเพียงการคาดเดาหรือจินตนาการของผู้ที่พูดถึงประเด็นดังกล่าว โดยเชื่อว่าภาครัฐจะไม่ดำเนินการในลักษณะนั้น

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ