เมื่อวันที่ (14 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซากลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทยอายุ 4 เดือน ถูกชาวบ้านพบนอนตายบริเวณกลางทุ่งนาตำบลโคกม้า อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสัตวแพทย์ ตรวจสอบพบว่า บริเวณหน้าอกมีรอยถูกกระแทก คาดมาจาก 2 สาเหตุคือ ลูกนกกระเรียนบินชนรถยนต์ที่วิ่งมาบนถนนสาย 218 เส้นทางนางรอง-บุรีรัมย์ อยู่ติดกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของนกกระเรียน หรืออาจบินชนเสาไฟฟ้า ไม่ได้เกิดขึ้นจากการล่าหรือเป็นโรคตาย
นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ มองว่า แม้สาเหตุการตายจะมาจากอุบัติเหตุ แต่เป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงต่อประชาชน เพราะต้องการให้ช่วยระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว พร้อมสร้างความตระหนักรู้ให้ชาวบ้านในพื้นที่ เข้าใจถึงความสำคัญของนกกระเรียนพันธุ์ไทย สัตว์ป่าคุ้มครอง 1 ใน 19 ชนิด ตามบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเคยสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเมื่อ 50 ปีก่อน
นับตั้งแต่ปี 2554 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และองค์การสวนสัตว์ เพาะพันธุ์นกกระเรียนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยจรเข้มาก และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน จังหวัดบุรีรัมย์ ไปทั้งหมด 82 ตัว กระทั่งปี 2559 นกกระเรียนผสมพันธุ์และออกลูกเองตามธรรมชาติเป็นครั้งแรก 3 ตัว และล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคมปีนี้ นกกระเรียนทำรังจำนวน 9 คู่ ออกลูกมาอีก 9 ตัว ซึ่งตัวที่ตายเป็น 1 ใน 9 ตัวเกิดใหม่