วันนี้ (16 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจ10 อันดับธุรกิจเด่น 2561 หรือธุรกิจดาวรุ่ง ที่มีการพิจารณาจากเกณฑ์ด้านยอดขาย ต้นทุน กำไร และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รวมถึงกระแสนิยม โดยพบว่า ธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและอุปกรณ์ เป็นธุรกิจเด่น หรือ ธุรกิจดาวรุ่ง ที่ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 1 ในปีนี้ จากอันดับที่ 4 ของปีก่อน ตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว และนโยบายอินเทอร์เน็ตทุกหมู่บ้านของรัฐบาล รองลงมาอันดับ 2 เป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ขยับลดลงมาอันดับที่ 2 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2557 แต่ยังคงอยู่อันดับต้นๆ ตามกระแสการรักษาสุขภาพและบริการทางการแพทย์ของไทยที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง
อันดับ 3 เป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกมากขึ้น ขณะที่อันดับ 4 เป็นธุรกิจเครื่องสำอางค์และครีมทาผิว อันดับ 5 ได้แก่ ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ และธุรกิจด้านปิโตรเลียมและพลาสติก อันดับ 6 ได้แก่ ธุรกิจโมเดิร์นเทรด ธุรกิจบริการทางด้านการเงิน และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแนวใหม่ อันดับ 7 ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อันดับ 8 ได้แก่ ธุรกิจด้านการศึกษา และธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อันดับ 9 ได้แก่ ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจด้านความเชื่อ และอันดับที่ 10 ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจร้านเสริมสวย
ส่วน 10 อันดับดาวร่วง ของปี 2561 ได้แก่ อันดับ 1 ธุรกิจหัตถกรรมที่ไม่มีนวัตกรรม รองลงมาอันดับ 2 ธุรกิจด้านการผลิตเหมืองแร่ อันดับ 3 ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์นิตยสาร และธุรกิจเช่าหนังสือ อันดับ 4 ธุรกิจผลิตและจำหน่ายซีดีและดีวีดี อันดับ 5 ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน ธุรกิจผลิตและจำหน่ายแผ่นซีดีและดีวีดี อันดับ 6 ธุรกิจเคเบิ้ลทีวี อันดับ 7 ธุรกิจผลิตสินค้าเกษตรยาง ปาล์ม ข้าว อันดับ 8 ธุรกิจร้านขายมือถือมือ 2 อันดับ 9 ธุรกิจร้านค้าแบบดั้งเดิม และอันดับ 10 ธุรกิจร้านอินเตอร์เน็ต
ทั้งนี้ ธุรกิจด้านไอที ถือว่าขยับขึ้นมาอันดับที่ 1 เป็นครั้งแรก แต่ถือว่าเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ยุคดิจิทัล และเป็นกระแสของโลกและหอการค้าไทยยังมองว่าเศรษฐกิจปีหน้า หรือ จีดีพี จะโตถึง 4.5% ส่งออกโต 4.3% ตามเศรษฐกิจโลกที่ยังขยายตัวได้ดี