หวั่นแฟนคลับ เกิดพฤติกรรม “copycat suicide” หลัง “จงฮยอน” เสียชีวิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นายแพทย์วิทวัส ศิริประชัย เตือน การเสียชีวิตของศิลปินดังชาวเกาหลีใต้ อย่าง คิม จง-ฮยอน สมาชิกวงชายนี่ อาจทำให้แฟนคลับบางคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรืออาการหนักสุดคือ copycat suicide หรือพฤติกรรมเลียนแบบการฆ่าตัวตายของผู้อื่น จึงฝากเตือนผู้ปกครองสังเกตและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

หลังจาก สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า คิม จง-ฮยอน วัย 27 ปี หนึ่งในสมาชิกวงชายนี่ (SHINee) วงบอยแบนด์เกาหลีชื่อดัง ถูกพบในสภาพหมดสติ ภายในห้องพักในเขตชองดัมของกรุงโซล เมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเย็นที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยพี่สาวของจง-ฮยอน ได้โทรแจ้งตำรวจหลังจากได้รับข้อความจากน้องชาย ซึ่งทำให้เธอเชื่อว่าเขากำลังจะฆ่าตัวตาย โดยข้อความที่ “จง-ฮยอน” ส่งให้พี่สาวระบุว่า “จนถึงตอนนี้มันยากมาก ได้โปรดปลดปล่อยผมไป ผมทรมาน” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัว จง-ฮยอน ส่งโรงพยาบาลที่อยู่ในใกล้เคียง ซึ่งแพทย์ได้พยายามยื้อชีวิต แต่ก็ไม่สามารถช่วยเอาไว้ได้

จากการเสียชีวิตของ คิม จง-ฮยอน ทำให้แฟนคลับทั้งชาวเกาหลีใต้ และแฟนคลับชาวไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ ต่างพากันโศกเศร้าต่อการสูญเสียศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ แต่การโศกเศร้าต่อการสูญเสียดังกล่าว ยังมีความน่าวิตกซ่อนอยู่ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่แฟนคลับจะเสียใจจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า หรืออาจถึงขั้นฆ่าตัวตายตาม เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากนักร้องนำวง ลิงคินพาร์ก อย่าง เชสเตอร์ เบนนิงตัน เสียชีวิต

โดย เฟซบุ๊กแฟนเพจแนวสุขภาพชื่อดังอย่าง Drama-addict โดยมี นายแพทย์วิทวัส ศิริประชัย เป็นแอดมินเพจ ออกมาโพสต์ข้อความอธิบายว่า กรณีดังกล่าวเกิดจาก copycat suicide หรือ suicide contagion หรือพฤติกรรมเลียนแบบการฆ่าตัวตายของผู้อื่น การเสียชีวิตของบุคคลที่มีชื่อเสียง และมีคนชื่นชอบติดตามมากมาย มีผลกระทบต่อจิตใจของประชาชนที่ติดตามข่าวมาก ยกตัวอย่างเช่น ตอนเชสเตอร์ นักร้องนำวง ลิงคินพาร์ก เสียชีวิต บางคนได้ยินข่าวเชสเตอร์ก็ถึงกับซึมเศร้าไประยะหนึ่ง ส่วนคนที่เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว การรับรู้ข่าวของเชสเตอร์ก็อาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคซึมเศร้าได้ โดยเฉพาะยิ่งเป็นข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของบุคคลที่มีชื่อเสียง อาจทำให้เกิด suicidal contagion ตามมา และทำให้สถิติการฆ่าตัวตายหลังข่าวที่ว่าสูงพรวดพราดอยู่ระยะหนึ่ง

“สำหรับคนที่ฆ่าตัวตายจากรูปแบบนี้ ความนึกคิดเขาก็เหมือนคนที่เป็นโรคซึมเศร้าหนักๆ คือรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่มีความหมาย ตอนนี้ที่สำคัญมากๆและจำเป็นที่สุด ไม่ใช่การตำหนิด่าว่าหรือสั่งสอน แต่เป็นการเฝ้าระวัง พร้อมฝากพ่อแม่ทุกคน กรุณาดูแลบุตรหลานโดยเฉพาะน้องๆที่เขาติดตามศิลปินเกาหลีอย่างใกล้ชิดมากในช่วงนี้ เพราะข่าวศิลปินดังเสียชีวิต อาจส่งผลต่อแฟนคลับมากจนบางคนอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้า หรือคนที่เป็นอยู่แล้วก็อาจจะอาการหนักมากขึ้น หากสังเกตุว่ามีอาการไม่สู้ดี มีแนวโน้มทำร้ายตัวเอง พูดประมาณว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่อยากอยู่ ไม่อยากมีชิวต อยากหายตัวไป ควรรีบไปพบหมอด่วนที่สุด”

นอกจากนี้ ข้อมูลจากบทความฟื้นวิชาการฆ่าตัวตาย ของคุณอำนาจ รัตนวิลัย กองจิตเวชและประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ยังระบุถึงทฤษฎีการฆ่าตัวตายทางสังคมวิทยา ของ Phillips DP ที่อธิบายคลื่นแห่งการทำตามกันในสังคมซึ่งเกิดขึ้นนานมาแล้วโดยใช้คำ Werther Effect จากกรณียิงตัวตายของตัวเอกใน The Sorrows of Young Werther ของ Goethe เมื่อค.ศ.1774 หนึ่งปีหลังจากนั้นในยุโรปมีการยิงตัวตายในลักษณะเดียวกันจำนวนมาก ผลต่อเนื่องคือมีความพยายามกำหนดวิธีการเผยแพร่ข่าว เพื่อให้สื่อมวลชนมีส่วนร่วมในการป้องกันการเลียนแบบฆ่าตัวตาย (Copycat Suicide)

สำหรับมาตรการป้องกันการฆ่าตัวตาย เบื้องต้นสามารถทำได้โดย จัดโครงการให้ความรู้ สร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนและแพทย์ในระดับปฐมภูมิ ,สร้างระบบค้นหาและยับยั้งผู้มีความเสี่ยง ,การรักษาทางยา (การใช้ยาต้านเศร้าและยาต้านโรคจิต) ,จิตบำบัด และโครงการบำบัดรักษาผู้ติดสุรา ,การติดตามดูแลรักษาผู้พยายามฆ่าตัวตาย ,จำกัดการมีสิ่งที่ใช้ฆ่าตัวตายได้ ไม่ให้อยู่ใกล้ตัว และกำหนดวิธีปฏิบัติของสื่อมวลชนในการเผยแพร่ข่าวฆ่าตัวตาย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ