สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการความปลอดภัยขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ (The US National Transportation Safety Board) หรือ NTSB ได้เปิดเผยว่า ตามข้อมูลจากเครื่องบันทึกความเร็วบริเวณล้อที่หัวรถจักร (the rear locomotive) ในจังหวะที่เกิดอุบัติเหตุ บริเวณทางข้ามทางหลวงระหว่างรัฐหมายเลข 5 (cross Interstate 5) รถไฟขบวนดังกล่าววิ่งด้วยความเร็ว 80 ไมล์/ชม. ซึ่งเกินความเร็วที่กำหนดไว้สำหรับเขตดังกล่าว ที่สามารถวิ่งได้ไม่เกิน 30 ไมล์/ชม.
อย่างไรก็ตาม ทาง NTSB กล่าวว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เพราะเหตุใดรถไฟถึงวิ่งเร็วเกินกำหนด พร้อมย้ำว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งพนักงานสอบสวนยังคงอยู่ระหว่างตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริง
สำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ของวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่รถไฟขบวน 501 ของบริษัทรถไฟโดยสารแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ แอมแทร็ก (Amtrak) ออกเดินทางจากเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ไปยังเมืองพอร์ตแลนด์ โดยทางตำรวจได้ปรับลดยอดผู้เสียชีวิตเป็นอย่างน้อย 3 คน จากเดิมที่รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 6 คน โดยทั้งหมดเป็นผู้โดยสารรถไฟ ขณะเดียวกันมีรายงานรถยนต์อย่างน้อย 7 คันได้รับความเสียหายเนื่องจากถูกขบวนรถไฟพุ่งเข้าชน เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ขับขี่เสียชีวิต ทั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 70 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยในจำนวนนี้มีหลายคนอยู่ในอาการสาหัส สำหรับรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ เป็นขบวนรถไฟโดยสารเที่ยวปฐมฤกษ์ในเส้นทางดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ ถูกใช้เฉพาะการขนส่งสินค้าเท่านั้น
ด้าน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าสภาควรเร่งพิจารณาอนุมัติแผนการใช้งบประมาณปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่อยู่ในสภาพทรุดโทรมทั้ง ถนน และรางรถไฟ โดยเร็วที่สุด