กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า สหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันเปล่าติดธงชาติอิหร่านจนสิ้นสภาพการใช้งาน 2 ลำ เนื่องจากละเมิดมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ ด้วยการยิงอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงเข้าไปที่ปล่องควันของเรือ เพื่อป้องกันไม่ให้เรือที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งแล่นเข้าสู่อิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียง 1 วันหลังจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน กล่าวหากันไปมาว่าเป็นฝ่ายเริ่มเปิดฉากการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่า ยิงขีปนาวุธ โดรน และส่งเรือเล็กโจมตีเรือรบ 3 ลำของสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านอ้างว่า สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน และเรืออีกลำที่กำลังมุ่งหน้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการโจมตีทางอากาศในเมืองชายฝั่งหลายแห่ง
ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ข้อความบน X กล่าวหาสหรัฐฯ ว่า เลือกจะใช้การสร้างสถานการณ์ทางทหารที่ประมาทเลินเล่อทุกครั้งที่มีทางออกทางการทูตวางอยู่บนโต๊ะเจรจา พร้อมระบุด้วยว่า ประชาชนชาวอิหร่านจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้กับแรงกดดันใด ๆ
อารักชีตั้งคำถามว่า นี่คือกลยุทธ์กดดันที่หยาบคาบหรือไม่ หรือเป็นผลจากการที่มีผู้ก่อกวนหลอกล่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ให้เข้าไปติดหล่มในวังวนของปัญหาอีกครั้ง
ขณะที่ อาลี เคซริยาน สมาชิกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาของอิหร่าน ออกมาเตือนว่า การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ จะถูกตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางทหารของอิหร่าน พร้อมระบุด้วยว่า จะไม่มีผู้ใดที่สามารถใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อเรือของอิหร่านได้โดยคาดหวังว่าจะไม่มีการตอบโต้ได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการยิงปะทะกัน แต่ทรัมป์ยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ เพื่อให้การเจรจายุติสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นขึ้นด้วยการโจมตีถล่มอิหร่าน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ดำเนินต่อไปได้
ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียลว่า สหรัฐฯ ได้ทำลายเรือเล็ก ขีปนาวุธ และโดรนจำนวนมาก ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้อิหร่าน เช่นเดียวกับที่เราทำลายพวกเขาในวันนี้ เราจะกำจัดพวกเขาให้หนักหน่วงและรุนแรงกว่าเดิมมากในอนาคต หากไม่รีบลงนามในข้อตกลงโดยเร็ว
ซีไอเอประเมิน อิหร่านจะต้านทานการปิดล้อมได้อีกถึง 4 เดือน
ความพยายามที่จะยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงไม่แน่นอน ขณะที่การวิเคราะห์ข่าวกรองล่าสุดของสหรัฐฯ สรุปว่า เตหะรานจะสามารถต้านทานการปิดล้อมทางทะเลได้อีก 4 เดือน
การประเมินของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ (CIA) สรุปด้วยว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยกย่องว่าเป็นความสำเร็จนั้น ล้มเหลวในการบีบบังคับให้ผู้นำอิหร่านยอมจำนน
การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ความขัดแย้งอาจจะไม่ยุติลงในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าทรัมป์จะพยายามยุติความขัดแย้ง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการปะทะกันครั้งใหญ่ที่สุดในและรอบ ๆ ช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่เริ่มหยุดยิงเมื่อเดือนที่แล้ว และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกโจมตีอีกครั้งในวันที่ 8 พ.ค.
วอชิงตันกำลังรอการตอบรับจากเตหะรานต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะยุติสงครามอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะมีการเจรจาในประเด็นที่ขัดแย้งมากกว่านี้ รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า เตหะรานยังคงกำลังพิจารณาการตอบรับอยู่
อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า ข้อเสนอของสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และจะให้คำตอบในเวลาที่เหมาะสม และเขายังกล่าวอีกว่า กำหนดเวลาที่นักการเมืองอเมริกันกำหนดนั้นไม่มีความหมายอะไร เราทำงานของเราเอง และเราไม่สนใจกำหนดเวลาหรือคำขาดใด ๆ
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ใช้เวลานานเช่นนี้ก็คือ ข้อความในร่างข้อเสนอนั้นมีรายละเอียดทางเทคนิคสูงมาก สำหรับชาวอิหร่านที่เจรจากับสหรัฐฯ พวกเขากังวลเกี่ยวกับทุกวันและทุกคำในร่างข้อเสนอนั้น
ประการที่สอง สถาบันและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องให้ความร่วมมือ
ดังนั้น ทีมเจรจา นำโดยประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ และแน่นอนว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายใหญ่ในขณะนี้ รวมถึงสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งดูแลกิจการด้านความมั่นคงของอิหร่าน รวมถึงสงครามด้วย
และท้ายที่สุดแล้ว ผู้นำสูงสุดเองก็ต้องให้การอนุมัติหรือให้สัญญาณไฟเขียวในการตอบโต้ครั้งสุดท้ายที่จะส่งไปยังสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ อิหร่านขอยืนยันว่าเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและกำลังดำเนินการอยู่
“มุจตาบา” หายดีแล้ว?
วันที่ 9 พ.ค. สำนักข่าวทาสนิมของอิหร่านเผยแพร่คลิปวิดีโอ มะซาฮัร ฮุสซัยนี เจ้าหน้าที่ระดับสูงในสำนักงานของผู้นำสูงสุดอิหร่าน เปิดเผยอาการของ มุจตาบา คาเมเนี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน โดยบอกว่า มุจตาบาได้รับบาดเจ็บจากระเบิด แต่ขณะนี้หายดีแล้วและมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์
อิหร้านแจ้งเรืออพยพจากท่าเรือยูเออี
วันที่ 9 พ.ค. อิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองกำลัง Khatam al-Anbiya ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกมาเรียกร้องให้เรือและเรือบรรทุกน้ำมันทั้งหมดที่อยู่ใกล้ท่าเรือราสอัลไคมาห์ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อพยพออกจากพื้นที่โดยทันที
อิหร่านชี้ สหรัฐฯ เปิดข้อมูล UFO เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
วันที่ 9 พ.ค. ในโพสต์เสียดสีบน X สถานทูตอิหร่านในแอฟริกาใต้ได้ล้อเลียนการที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารลับเกี่ยวกับวัตถุบินไม่ทราบชนิด (UFO) ตามคำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกล่าวว่าประธานาธิบดีต้องการ "เบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนออกจากสงครามกับอิหร่าน"
สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบุคคล-บริษัทที่ให้ความช่วยเหลืออิหร่าน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อบุคคลและบริษัท 10 ราย ที่ให้ความช่วยเหลือทางการทหารของอิหร่านในการจัดหาอาวุธและวัตถุดิบที่ใช้ในการสร้างโดรนโจมตี Shahed ของเตหะราน
ตามแถลงการณ์ของกระทรวงการคลัง ผู้ที่ถูกคว่ำบาตร ได้แก่:
- บริษัท Yushita Shanghai International Trade Co Ltd ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศจีน โดยสหรัฐฯ กล่าวว่าบริษัทนี้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้กับศูนย์นวัตกรรมและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีของอิหร่าน (CITC) ซึ่งวอชิงตันอ้างว่าทำหน้าที่ประสานงานความพยายามในการจัดหาเทคโนโลยีของอิหร่าน
- บริษัท CITC ซึ่งพยายามที่จะซื้ออาวุธ รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพาจากจีน
- บริษัท Elite Energy FZCO ซึ่งตั้งอยู่ในดูไบ โดยสหรัฐฯ กล่าวว่า บริษัทนี้ได้ "โอนเงินหลายล้านดอลลาร์ไปยังบริษัท AE International Trade Co Limited ซึ่งตั้งอยู่ในฮ่องกง เพื่อสนับสนุนความพยายามในการจัดซื้อจัดจ้างเหล่านี้ให้กับ CITC"
- บริษัท HK Hesin Industry Co Limited ซึ่งตั้งอยู่ในฮ่องกง และบริษัท Armoury Alliance LLC ซึ่งตั้งอยู่ในเบลารุส ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดซื้อจัดหาอาวุธให้กับ CITC
- โมฮัมหมัดมาห์ดี มาเลกี ชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในเบลารุส ซึ่งเป็นพนักงานของ Armoury Alliance
- โมฮัมหมัด อาลี โทลิบอฟ ชาวเบลารุส ซีอีโอของ Armoury Alliance เป็น “ผู้ประสานงานการจัดซื้ออาวุธมาอย่างยาวนาน” ให้กับอิหร่านในเบลารุส
- บริษัท Mustad Limited ซึ่งตั้งอยู่ในฮ่องกง “ในฐานะตัวกลาง ได้อำนวยความสะดวก หรือพยายามอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินเพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออาวุธมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ของ IRGC”
ภาพถ่ายดาวเทียมเผย “คราบน้ำมัน” ใกล้เกาะคาร์กของอิหร่าน
ภาพจากดาวเทียมเซนติเนล 1, เซนติเนล 2 และเซนติเนล 3 ของโครงการโคเปอร์นิคัส เมื่อวันที่ 6-8 พ.ค. แสดงให้เห็นสิ่งที่คาดว่าเป็น “คราบน้ำมัน” ครอบคลุมพื้นที่หลายสิบตารางกิโลเมตรในทะเลใกล้เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันหลักของอิหร่าน โดยต้องสงสัยว่ารั่วไหลออกมา
สิ่งที่คาดว่าเป็นคราบน้ำมันปรากฏในภาพเป็นคราบสีเทาและขาว ปกคลุมน่านน้ำทางตะวันตกของเกาะ
ลีออน มอร์แลนด์ นักวิจัยจากหอสังเกตการณ์ความขัดแย้งและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “คราบนั้นดูสอดคล้องกับน้ำมัน” โดยเขาประเมินว่ามันครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร
หลุยส์ ก็อดดาร์ด ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Data Desk ซึ่งเชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศและสินค้าโภคภัณฑ์ เห็นด้วยว่า ภาพดังกล่าวน่าจะเป็นคราบน้ำมัน ซึ่งเขาบอกว่าอาจเป็นคราบน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น
มอร์แลนด์กล่าวเสริมว่า สาเหตุของการรั่วไหลและจุดกำเนิดยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดในขณะนี้ โดยระบุว่าภาพจากวันที่ 8 พ.ค. ไม่แสดงหลักฐานการรั่วไหลเพิ่มเติมใด ๆ
เกาะคาร์ก ซึ่งกองกำลังสหรัฐฯ กล่าวว่าพวกเขาได้ทำลายเป้าหมายทางทหารในช่วงต้นสงคราม เป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่านถึง 90% ซึ่งส่วนใหญ่ส่งไปยังประเทศจีน
การเจรจารอบใหม่ใกล้เกิดขึ้น?
ล่าสุด ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า กำลังรอการตอบกลับเกี่ยวกับข้อตกลงในการยุติสงครามจากอิหร่านเร็ว ๆ นี้
หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานอ้างแหล่งข่าวที่ระบุว่า การเจรจา ระหว่างคณะผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่าน รอบใหม่ อาจเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถานในสัปดาห์หน้า พร้อมเสริมว่า ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังทำงานร่วมกับคนกลาง เพื่อร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความยาว 1 หน้า จำนวน 14 ข้อ ซึ่งจะกำหนดกรอบการเจรจาเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อเป้าหมายในการยุติสงคราม
ร่าง MOU ดังกล่าวคาดว่าจะครอบคลุมถึงการหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การลดความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ และความเป็นไปได้ในการจัดการส่งมอบคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านให้กับประเทศอื่น
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าประเด็นสำคัญยังคงไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะขอบเขตของการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ยังเป็นข้อถกเถียงและอาจขัดขวางการเจรจา
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / CNN