ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เห็นชอบในหลักการให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการแก้ปัญหาการจัดซื้อยางพารา จากการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อยางไปทำถนนได้ โดยตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการซื้อให้ได้ 2 แสนตัน ซึ่งคำสั่งดังกล่าว จะเข้าไปปลดล็อกเงื่อนไขทางกฎหมาย ให้หน่วยงานของรัฐสามารถซื้อยางพาราจาก กยท. ที่ถือเป็นหน่วยงานของรัฐเช่นกันได้ แต่การพิจารณาใช้คำสั่งตามมาตรา 44 ฉบับดังกล่าวจะต้องรอมติจากที่ประชุมคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ความเห็นก่อนว่า หน่วยงานภาครัฐสามารถจัดซื้อพัสดุของรัฐได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่
ส่วนที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ในการดำเนิน 7 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการสินเชื่อผู้ประกอบการยาง โดยให้ขยายระยะเวลารับสมัครผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการถึง มิถุนายน 2561 จากเดิมสิ้นสุด กันยายน 2559 โดยเงื่อนไขยังเป็นไปตามเดิม 2.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อแปรรูปยางพาราให้กับสถาบันเกษตรกร และ อีก 5 โครงการที่เหลือนั้น ครม.ได้เห็นชอบในหลักการ และมอบหมายให้ กยท.กลับไปหารือกับสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งมีโครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง หรือยางแห้ง วงเงินสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท เป้าหมายเพื่อดูดซับน้ำยาง 3 แสน 5 หมื่นตัน ทั้งนี้ เป้าหมายมาตรการต่างๆ ก็คือดึงราคายางพาราแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ให้ไปอยู่ที่ราคา 65 บาทต่อกิโลกรัม