ตำรวจรัฐวิกตอเรียเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุขับรถพุ่งชนคนบนถนนฟลินเดอร์ส สตรีท (Flinders Street) ซึ่งถูกควบคุมตัวได้หลังเกิดเหตุ เป็นชายวัย 32 ปี ชาวออสเตรเลีย เชื้อสายอัฟกัน เบื้องต้นพบว่า มีประวัติเคยใช้ยาเสพติด และก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ขณะที่ปัจจุบัน อยู่ระหว่างเข้ารับการบำบัดอาการทางจิตด้วย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยอีกหนึ่งคน เป็นชายวัย 24 ปี ที่ยืนถ่ายคลิปด้วยโทรศัพท์มือถืออยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบมีดหลายเล่มในกระเป๋าด้วย แต่เบื้องต้น เชื่อว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
สำหรับเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 14.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยรถยนต์เอสยูวีสีขาวพุ่งเข้าใส่ฝูงชน บริเวณถนนฟลินเดอร์ส สตรีท ตัดกับถนนเอลิซาเบธ สตรีท (Elizabeth Street) ใกล้กับสถานีรถไฟฟลินเดอร์ส สตรีท สเตชั่น (Flinders Street Station) ที่มีผู้คนพลุกพล่าน โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ในช่วงที่เกิดเหตุมีคนเดินข้ามแยกประมาณ 60 ถึง 100 คน ขณะที่รถคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และพุ่งเข้ามากลางสี่แยก โดยไม่มีการเบรก หรือหักหลบฝูงชนที่อยู่ในบริเวณนั้นเลย ขณะที่พยานอีกคนเล่าว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แค่ประมาณ 15 วินาที โดยได้ยินเสียงกรีดร้องดังไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ผู้คนจะถูกรถชนล้มระเนระนาดลงไปกองกับพื้นถนน เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 19 คน ในจำนวนนี้มีเด็กเล็กรวมอยู่ด้วย และหลายคนอยู่ในอาการสาหัส
ส่วนความคืบหน้าในการสืบสวน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายจงใจลงมือก่อเหตุ แต่ยังไม่ทราบเหตุจูงใจ และยังไม่พบหลักฐานที่ชี้ว่าเป็นการก่อการร้าย ทั้งนี้ แม้เหตุการณ์จะยุติลงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า จะมีการวางกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าวอย่างหนาแน่นตลอดทั้งคืนนี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุชายขับรถพุ่งชนคนบนถนนเบิร์ก สตรีท (Bourke Street) ซึ่งเป็นถนนชอปปิ้งใจกลางนครเมลเบิร์น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 30 คน อย่างไรก็ตาม ตำรวจวิกตอเรียระบุว่าเหตุการณ์นั้นไม่เกี่ยวข้องกับก่อการร้าย โดยผู้ก่อเหตุมีประวัติการใช้สารเสพติด ใช้ความรุนแรงในครอบครัว และมีปัญหาทางจิต และนับจากเหตุการณ์นั้นเป็นต้นมา ทางนครเมลเบิร์นก็ได้ติดตั้งแบร์ริเออร์คอนกรีตในหลายจุด รวมถึงถนนฟลินเดอร์ส สตรีท เพื่อป้องกันเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก