เปิดเล่ห์ขบวนการสอดไส้ยาเสพติด อดีตคนรับหิ้วชี้ เหยื่อมักถูกหลอกนาทีสุดท้าย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อดีตเจ้าของบริษัทรับหิ้วของ เปิดพฤติกรรมมิจฉาชีพสอดไส้ยาเสพติด เตือนอย่ารับของด่วน-ห้ามเปิดพัสดุ เสี่ยงตกเป็นแพะ

จากกรณีแอร์โฮสเตสชาวไทยถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจนั้น ล่าสุด นายวรพงศ์ พานิชกุล อดีตเจ้าของบริษัทรับหิ้วของไปต่างประเทศ ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจรับฝากของนานกว่า 4 ปี ได้เปิดเผยพฤติกรรมของขบวนการลักลอบขนยาเสพติด พร้อมเตือนผู้ที่รับหิ้วของให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ

 

 

แอร์สาว ช่างภาพพีพีทีวี
เปิดเล่ห์ขบวนการสอดไส้ยาเสพติด อดีตคนรับหิ้วชี้ เหยื่อมักถูกหลอกนาทีสุดท้าย

นายวรพงศ์ มองว่า กรณีของแอร์โฮสเตสรายดังกล่าว มีความเป็นไปได้ 2 กรณี คือ ผู้รับฝากของอาจไม่รู้จริงและหลงเชื่อเพราะไว้ใจผู้ฝาก หรืออีกด้านหนึ่ง อาจต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ว่าเจ้าตัวมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการหรือไม่ 

นายวรพงศ์ ยังอธิบายว่า โดยปกติทั้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินและผู้ที่รับฝากของไปต่างประเทศ จะมีขั้นตอนตรวจสอบสิ่งของอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามที่มาของสินค้า ขอรูปภาพ และเปิดตรวจสอบพัสดุก่อนรับฝาก แม้ผู้ฝากจะเป็นคนรู้จักก็ตาม เพราะหากเกิดปัญหา ผู้รับฝากจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม นายวรพงศ์ตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่น่าสงสัยไม่แพ้กัน คือ เฮโรอีนมูลค่าราว 11 ล้านบาท สามารถผ่านขั้นตอนการเดินทางออกจากประเทศไทยได้อย่างไร และเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

นายวรพงศ์ ยังเล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่า เคยถูกมิจฉาชีพพยายามสอดไส้ของผิดกฎหมาย โดยนำกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและห่อขนม ก่อนส่งมาให้ตนนำไปต่างประเทศ แต่เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเปิดตรวจสอบ พบว่าเป็นของผิดกฎหมาย จึงรีบนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจทันที

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา นายวรพงศ์พบว่า ขบวนการลักลอบขนยาเสพติดมักอาศัยช่วงเวลาก่อนเครื่องบินออกเป็นจังหวะก่อเหตุ โดยจะติดต่อให้รับฝากของแบบเร่งด่วน เช่น หากเที่ยวบินออกเวลา 22.00 น. ผู้ฝากจะนำของมาส่งที่สนามบินในช่วงใกล้เวลาเดินทาง ทำให้ผู้รับไม่มีเวลาตรวจสอบสิ่งของภายในอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ผู้ว่าจ้างมักไม่ได้เสนอค่าตอบแทนสูงผิดปกติ แต่จะอ้างว่าเป็นของด่วน ต้องรีบนำส่ง หรืออ้างว่าสินค้าจะเสียหายหากล่าช้า เช่น น้ำพริก อาหาร หรือของสด พร้อมเร่งให้นำขึ้นเครื่องทันที

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่ถือเป็นสัญญาณอันตราย คือ การกำชับว่า "ห้ามเปิดพัสดุ" โดยอ้างว่าจะทำให้สินค้าเสียหายหรือขายต่อไม่ได้ ซึ่งถือเป็นข้อสังเกตสำคัญว่าอาจมีการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายอยู่ภายใน

นายวรพงศ์ ย้ำว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำธุรกิจรับหิ้วของ ไม่เคยมีกรณียาเสพติดหลุดรอดผ่านการรับฝาก เพราะหากพบสิ่งผิดปกติจะปฏิเสธรับของทันที หรือหากตรวจพบของผิดกฎหมายก็จะนำไปแจ้งความกับตำรวจ และหากผู้ฝากกำชับไม่ให้เปิดตรวจสอบพัสดุ ควรปฏิเสธการรับฝากโดยเด็ดขาด

พร้อมกันนี้ ยังเตือนว่า ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในต่างประเทศมีบทลงโทษรุนแรง หลายประเทศกำหนดโทษจำคุกเป็นเวลานานหรือจำคุกตลอดชีวิต และบางประเทศยังมีโทษประหารชีวิต ดังนั้น หากมีผู้ติดต่อให้รับฝากของโดยอ้างว่าเป็นของด่วน หรือห้ามเปิดตรวจสอบ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ควรปฏิเสธทันที เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการลักลอบขนยาเสพติดโดยไม่รู้ตัว
 
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ