จากกรณี หญิงสัญชาติไทย อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบิน การบินไทย เดินทางถึงสนามบินเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2026 ก่อนเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) ตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระ พบผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋า ก่อนทราบต่อมาว่าเป็นเฮโรอีนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม มูลค่า 11 ล้านบาท ก่อนที่ตำรวจจะยึดกระเป๋าทั้งหมดไว้เป็นของกลางและจับกุมแอร์สาว นั้น
มีรายงานต่อมาว่า ศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวหญิงชาวไทยคนดังกล่าว และผู้ต้องหามีกำหนดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ย. 2026
ทั้งนี้ หญิงคนดังกล่าว ถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่ต้องควบคุมตามแนวชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า 1 กระทง ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา (เครือรัฐ) มาตรา 307.2(1) ความผิดนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
และข้อหาครอบครองยาเสพติดที่ต้องควบคุมตามแนวชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า 1 กระทง ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา (เครือรัฐ) มาตรา 307.6(1) ความผิดนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
ซิโมน บุตเชอร์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) กล่าวว่า AFP จะยังคงใช้มาตรการที่ไม่ยอมรับการกระทำผิดโดยเด็ดขาดต่อผู้ที่อาศัยตำแหน่งหน้าที่หรือความไว้วางใจที่ได้รับ เพื่อนำไปใช้ในการอำนวยความสะดวกให้กับกิจกรรมทางอาชญากรรม
"AFP ยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการติดตามดำเนินคดีกับบุคคลที่ใช้หน้าที่การงานหรือสถานะที่ได้รับความไว้วางใจจากสังคม เพื่อสนับสนุนการลักลอบค้ายาเสพติด" บุตเชอร์ กล่าว
ด้าน คลินต์ ซิมส์ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนออสเตรเลีย (ABF) กล่าวว่า เครือข่ายอาชญากรรมยังคงพยายามใช้บุคคลที่ได้รับความไว้วางใจ รวมถึงลูกเรือสายการบิน เป็นช่องทางในการลักลอบนำยาเสพติดผิดกฎหมายเข้าสู่ออสเตรเลีย
"ไม่ว่าใครก็ตามที่พยายามลักลอบนำยาเสพติดผิดกฎหมายเข้ามาในออสเตรเลีย ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือสถานะใด จะตกเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่และต้องเผชิญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่" ซิมส์กล่าว
ที่มา: Reuters / The Australian Federal Police