วันนี้ (22 ธ.ค.60) บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด ออกประกาศแถลงการณ์ปรับโครงสร้างองค์กร ปรับผังรายการทีวี และพัฒนาการนำเสนอผ่านทุกช่องทางออนไลน์ โดยมีนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้ลงชื่อท้ายประกาศ ข้อความในประกาศระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.61 บริษัทฯ จะมีการปรับโครงสร้างองค์กร ปรับผังรายการทีวี และพัฒนาการนำเสนอผ่านทุกช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในองค์กรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ให้เป็นไปตามแผนธุรกิจและเป้าหมายของบริษัทฯ ปี 2561
ในประกาศระบุว่า ภายใต้สถานการณ์การเมืองที่มีข้อจำกัดมาเกือบ 4 ปี แม้บริษัทฯ ได้รับผลกระทบทางธุรกิจอันเนื่องมาจากคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่ควบคุมการเสนอข้อมูลข่าวสารอยู่บ่อยครั้ง แต่การที่บริษัทฯ ได้พยายามรักษาสมดุลระหว่างเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และข้อจำกัดทางการเมืองที่ต้องให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่เท่าที่ทำได้ จึงยังทำให้บริษัทฯ สามารถยืนหยัดในการผลิตผลงานคุณภาพที่มีคุณค่ากับสังคม เป็นทางเลือกในการรับชมรายการทีวีที่มีสาระสร้างสรรค์ เสนอข้อมูลข่าวสารพร้อมบทวิเคราะห์ที่ทำให้สังคมไทยคิดก้าวหน้าอย่างนานาอารยประเทศ
นอกเหนือจากสถานการณ์ทางการเมืองที่บริษัทฯ ต้องบริหารอย่างสมดุลแล้ว สถานการณ์ของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลคืออีกปัจจัยที่มีผลกระทบแทบทุกช่องอย่างถ้วนหน้า รวมถึง 'วอยซ์ ทีวี' ด้วยเช่นกัน ความจำเป็นในการปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องต่อความเป็นจริงในอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวีจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
โดยบริษัทฯ ได้ปรับสัดส่วนการผลิตรายการทีวีใหม่ เน้นรายการวิเคราะห์ข่าวคุณภาพ 2 ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ด้วยการลดจำนวนรายการลง แต่เพิ่มช่วงเวลาการออกอากาศมากขึ้น นอกจากออกอากาศผ่านทางดิจิทัลทีวี “วอยซ์ ทีวีช่อง 21” แล้ว ยังนำเสนอผ่านทางสื่อออนไลน์ด้วยเทคโนโลยีออโต้เมทต่างๆ รวมถึงการปรับระบบ Progressive Web Application เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งวีดีโอคอนเทนท์ เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมรายการได้ทันทีทุกช่องทางทุกเวลาที่ต้องการอีกด้วย
ทั้งนี้ จากแผนธุรกิจปี 2561 ที่จะมีการปรับสัดส่วนการผลิตรายการ ทำให้บริษัทฯจำเป็นต้องปรับลดจำนวนพนักงานลง ด้วยการเลิกจ้างพนักงานจำนวน 127 คน โดยพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทุกคนจะได้รับเงินค่าชดเชยไม่น้อยกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด ซึ่งจะมีพนักงานส่วนหนึ่งที่ถูกเลิกจ้างยังคงร่วมงานในรูปแบบ outsource กับบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม แม้การปรับโครงสร้างองค์กรต้องเกิดขึ้นตามแผนธุรกิจภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองและสถานการณ์ของอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวี แต่การที่บริษัทฯ ต้องเลิกจ้างพนักงานที่เป็นทั้งเพื่อน พี่ และน้องที่ทำงานร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมายาวนานนั้น เชื่อว่าเพื่อนร่วมงานทั้งที่ผู้ที่ต้องจบภารกิจและผู้ที่ยังต้องมีภารกิจต่อไป ยังมีความรู้สึกผูกพันต่อกันไม่เปลี่ยนแปลง