หลังจากมีการเผยแพร่เอกสารประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่องมาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ โดยระบุว่า เพื่อเป็นการแสดงเจตจำนงสุจริตในการบริหารราชการและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ให้เกิดการแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวในการทำหน้าที่อันไม่ควร จึงได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันการกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อเป็นกลไกป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นการขัดกันระหว่างเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวม
โดยได้มีออกกำหนด 6 ข้อคือ 1. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำวัสดุ อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานต่างๆ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว 2. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัวมาชาร์จไฟในสถานที่ราชการ 3. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ของทางราชการ ไปใช้ในกิจธุระส่วนตัว 4. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐให้พนักงานขับรถยนต์ของหน่วยงาน ไปกระทำภารกิจส่วนตัว ซึ่งไม่เกี่ยวข้องในหน้าที่หรือภารกิจของทางราชการ 5. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำรถยนต์ส่วนตัวและครอบครัวมาจอดค้างคืนในสถานที่ราชการ และ 6. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาล้างในสถานที่ราชการ
หลังจากมีประกาศนี้เผยแพร่ออกมา ทำให้ในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมาก โดยเพจ Drama-addict ได้มีการโพสต์ ระบุว่า ประกาศที่ออกมาโดยเฉพาะข้อสองที่ห้ามชาร์จแบตมือถือในสถานที่ราชการนั้น อาจจะส่งผลกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในโรงพยาบาลอย่าง แพทย์และพยาบาล พร้อมชี้แจงว่าทุกวันนี้แพทย์และพยาบาลต้องใช้มือถือในการทำงานเยอะมาก เช่น ใช้มือถือเปิดแอพพลิเคชั่นตรวจสอบข้อมูลยา ใช้บันทึกข้อมูลคนไข้ผ่าน hosXP hosOS ใช้ส่งไลน์ปรึกษาเคสกับสตาฟหรือส่งภาพ xray CT ekg ให้อาจารยแพทย์ ดูเพื่อขอคำปรึกษา การชาร์จมือถือในโรงพยาบาลนั้นเป็นอะไรที่จำเป็นมาก และเอื้อต่อความสะดวกในการบริการให้ประชาชน หากห้ามเอามือถือมาชาร์จในโรงพยาบาลนั้น ควรช่วยตอบคำถามด้วยว่าหากแบตหมดจะให้ทำอย่างไร ไม่ใช่ให้ใช้ “พาวเวอร์แบงค์” ในการชาร์จไฟแทน
ขณะที่โพสต์ดังกล่าวก็ได้ประชาชนมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าไม่เห็นด้วยกับข้อห้ามข้อนี้ เนื่องจากมองว่า “ห้ามชาร์จไฟในสถานที่ราชการ แต่เวลาปฏิบัติงานต้องใช้แพคเกจโทรและเน็ตของเราเอง ซึ่งแพงกว่าค่าไฟหลายเท่านัก” , “ปัจจุบันมีการส่งข้อมูลผ่านไลน์เกี่ยวกับเคสต่างๆ ตาม lab x-ray ,ตามรีเฟอร์, ตามญาติผู้ป่วย ,ประสานจุดเกิดเหตุ ก็ต้องใช้มือถือตัวเองตลอด แต่ค่าอินเทอร์เน็ตกับค่าโทรศัพท์ก็ใช้เงินส่วนตัวออกไป ไม่ทราบว่าเบิกที่กระทรวงได้หรือไม่ หรือต้องให้กลับไปชาร์จแบตที่บ้าน” , “ต้องเข้าใจว่ามือถือเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งในการทำงานไปแล้ว รัฐควรแจกให้แพทย์พยาบาลฟรีๆด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อหมอพยาบาลยอมใช้สมบัติส่วนตัว เปลืองแบตเปลืองแรมเพื่องาน ทำไมต้องไปคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้” ,
ขณะที่บางรายมองว่า “ถ้าห้ามชาร์จจริง บอกเลยว่าลำบากมาก เราไม่ใช่หมอแต่ก็เป็น พนักงานคนหนึ่งที่ทำงานรัฐ เข้าใจการทำงานแบบโทรศัพท์แบตหมดดี ทุกวันนี้หน่วยงานเราเองก็สั่ง-ส่งงานกันทางไลน์ ทางเมล์ โดยใช้โทรศัพท์เป็นหลักทั้งหมด เพราะมันสะดวกและรวดเร็ว ถ้าแบตหมดแล้วหาที่ชาร์จไม่ได้นี้บอกเลยว่าลำบากมาก ค่าโทรศัพท์ค่าเน็ต เราออกเองส่วนตัวได้ ขอแค่ที่ชาร์จไฟแค่นี้เอง แบตมันไม่กินไฟเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้าไม่ได้จริงๆรบกวนท่านทั้งหลายอย่า สั่ง-ส่งงานผ่านไลน์ผ่่านโทรศัพท์ เราไม่มีที่ชาร์จ” , “งั้นเตรียมมือถือของรัฐ ให้เจ้าหน้าที่เอาไว้ใช้ในงานราชการให้อย่างเพียงพอนะครับ เจ้าหน้าที่เขาจะได้ใช้มือถือส่วนตัวในเรื่องส่วนตัวเท่านั้นครับ”
เช่นเดียวกับเพจ “หมอแล็บแพนด้า” ได้โพสต์ภาพและข้อความล้อเลียนเกี่ยวกับการออกคำสั่งในครั้งนี้ว่า "ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัวมาชาร์จในสถานที่ราชการ" ฉายแล้วทุกโรง(บาล)เริ่ม 29 ธ.ค. 2560 นี้ ด้วยเช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม...สธ. แจงคำสั่งการใช้ทรัพย์สินราชการ หวังเปลี่ยนแนวคิดแยกประโยชน์ “ส่วนตัว” กับ “ส่วนรวม”
ขอบคุณภาพ จาก Drama-addict / หมอแล็บแพนด้า / AFP