จากสถิติการเปรียบเทียบปรับของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา พบว่า ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2560 ถึงมกราคม 2561 มีการเปรียบเทียบปรับเรือนำเที่ยวที่ไม่มี ใบอนุญาตเข้าเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาแล้ว จำนวน 121 ลำ เป็นเงิน 95,500 บาท ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16(13) ฐานเข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ หรือหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต และ มาตรา 18 ฐาน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมกับตักเตือนและแจ้งให้ยื่นขออนุญาตนำเที่ยวให้ถูกต้อง
สำหรับเรือที่ขอใบอนุญาตเข้าเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 – ปัจจุบัน พบว่า ซีแคนู ขออนุญาต 959 ลำ เรือหางยาว 335 ลำ สปีดโบ๊ต 185 ลำ เรือใหญ่ 99 ลำ ซึ่งในปัจจุบันมีเรือยื่นขอใบอนุญาตเข้าเขตอุทยานฯ เพิ่มมากขึ้นในทุกประเภท โดยซีแคนูยังคงเป็นประเภทเรือที่มีการขออนุญาตเข้าเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงามากที่สุด รองลงมาคือ เรือหางยาว สปีดโบ๊ต และเรือใหญ่ ซึ่งการตรวจสอบเรือที่ขอใบอนุญาตเข้าเขตอุทยานแห่งชาติเป็นมาตรการที่ควบคุมเรือนำเที่ยวเพื่อต้องการทราบจำนวนเรือนำเที่ยวที่เข้าเขตอุทยานแห่งชาติ อีกทั้งเป็นมาตรการควบคุมดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง