เมื่อวันที่ 17 ม.ค.61 การประชุมของคณะกรรมการค่าจ้างเรื่องอัตราค่าจ้างใหม่ได้ข้อยุติ การปรับขึ้นค่าจ้างปี 2561 เนื่องจากต้องปรับตามภาวะเศรษฐกิจ และดัชนีราคาผู้บริโภคที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยรายละเอียดทั้งหมดจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติในสัปดาห์หน้า โดยจะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีการปรับตัว ซึ่งจะไม่มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
สำหรับอัตราค่าจ้างใหม่ในปี 2561 มีการปรับเพิ่มขึ้น 7 ระดับ ตั้งแต่ 308, 310, 315, 318, 320, 325, และ 330 บาท โดยค่าจ้างแพงสุดมี 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง อยู่ที่ 330 บาทต่อวัน ส่วนค่าจ้างต่ำสุด คือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ที่ 308 บาทต่อวัน ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ค่าจ้างอยู่ที่ 325 บาทต่อวัน
หากเปรียบเทียบการปรับขึ้นค่าจ้างกับปีก่อน พบว่า จังหวัดชลบุรี และระยอง ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด 22 บาทจากปีก่อนที่ 308 บาทต่อวัน ส่วนกรุงเทพฯและปริมณฑลปรับเพิ่มขึ้นอีก 15 บาทจากปีก่อนที่ 310 บาทต่อวัน
ขณะที่กลุ่มจังหวัดที่ไม่ได้ปรับค่าจ้างในปี 2560 มี 8 จังหวัด ปีนี้ได้ปรับขึ้นเฉลี่ย 8-10 บาท โดยสามจังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา ปรับขึ้น 8 บาทต่อวัน ส่วนจังหวัดสิงห์บุรี ชุมพร นครศรีธรรมราช ตรัง ระนอง ปรับขึ้น 10 บาทต่อวัน
นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ดค่าจ้าง ระบุว่า การปรับขึ้นค่าจ้างปี 2561 เป็นการปรับขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งหมดจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติในสัปดาห์หน้า โดยจะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีการปรับตัว ซึ่งจะไม่มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ได้มีการเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ คือ สามารถนำรายจ่ายจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ส่วนสถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากกว่า 50 คน ขอให้มีการจัดทำโครงสร้างเงินเดือนให้ลูกจ้างได้มีหลักประกันว่าแต่ละปีเงินเดือนจะปรับขึ้นเท่าใด และการกำหนดค่าจ้างลอยตัวให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยจะนำร่องใน 3 จังหวัดที่อยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี คือ จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา
วันนี้ (18 ม.ค.61) นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย แสดงความเห็นต่อการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้ ว่า ถึงแม้จะปรับขึ้นค่าจ้างแล้ว แต่ก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะไม่เป็นไปตามข้อเสนอที่เรียกร้องมาตลอด คือ แต่ละจังหวัดปรับขึ้นค่าแรงไม่เท่ากัน และยังปรับขึ้นไม่ถึง 360 บาทต่อวัน