เมื่อวันที่ (20 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหารายนี้ชื่อ นายบุญชัย แบกค์ บุคคลที่ถือทั้งสัญชาติไทยและเวียดนาม เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหา ร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ร่วมกันนำเข้าสัตว์หรือซากสัตว์คุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2557 และมีความผิดตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ ไซเตส
การจับกุมนายบุญชัย ตำรวจขยายผลจากวันที่ 11 ธันวาคมปีที่แล้ว พบการลักลอบขนนอแรด 14 ชิ้น ผ่านด่านสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์และพืช มีส่วนร่วมช่วยอำนวยความสะดวกในครั้งนั้นมีผู้ต้อง 3 คน เป็นคนไทย จีน และเวียดนาม ก่อนที่จะขยายผลไปจับกุมนายบุญชัย แบ็กค์ได้ ขณะเดินทางเข้าไทยผ่านด่านพรมแดนท่าเทียบเรือการท่องเที่ยว จ.นครพนม เมื่อวันที่ 18 มกราคมมที่ผ่านมา
นายบุญชัยมีบ้านอยู่ทั้งในไทยและสปป.ลาว จะเดินทางเข้าออกประเทศเป็นประจำ ซึ่งหน่วยสืบสวนของไซเตสติดตามนายบุญชัยมาหลายปีแล้ว เพราะเป็นบุคคลที่อยู่ในระดับสั่งการของขบวนการลักลอบขนนอแรด
เจ้าหน้าที่ยังมีข้อสงสัยว่าขบวนการนี้อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนงาช้างด้วย แต่หลักฐานฝ่ายสืบสวนของไซเตสที่ทำงานร่วมกับตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังไม่แน่นหนาพอจะโยงความผิดไปถึงเรื่องงาช้างได้
แม้จะอยู่ในระดับสั่งการ แต่นายบุญชัย ยังไม่ถึงระดับเจ้านายใหญ่ เพราะเจ้าหน้าที่ยังพบรูปแบบการสั่งการในระดับสูงกว่านี้จากนายทุนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตำรวจจะดำเนินการประสานข้อมูลกับสานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้ามาตรวจสอบและยึดทรัพย์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป