สองพรรคใหญ่รุมสับ คสช.ผิดคำมั่นสัญญา ส่อยื้อเลือกตั้งต่อท่ออำนาจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เริ่มปี 2561 ไม่ทันไร การเมืองก็เข้าสู่โหมดร้อนระอุ หลังมีท่าทีว่าการเลือกตั้งอาจไม่เกิดขึ้นตามโรดแมปที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เคยประกาศไว้ เพราะอาจต้องเลื่อนไปเป็นต้นปี 2562 ด้วยเทคนิคการเขียนกฎหมาย ทำให้แกนนำพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ออกมาเตือนให้รักษาสัญญา ไม่ใช่เช่นนั้นอาจเป็นโมฆบุรุษ

วันนี้ (21 ม.ค.61) นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจกลายเป็นโมฆบุรุษ ที่เชื่อถือไม่ได้ หากผิดคำมั่นสัญญาด้วยการเลื่อนโรดแมปเลือกตั้ง และอย่าอ้างว่าเป็นเรื่องของ สนช. เพราะไม่มีใครเชื่อว่า สนช. ที่ตั้งมากับมือ เป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สาย จะไม่รู้เห็นเป็นใจ หรือรับใบสั่งให้ขยับวันที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับออกไปอีก 90 วัน หากมีการขยับวันเลือกตั้งออกไป ผลเสียย่อมเกิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นผู้ให้คำมั่นสัญญา ทางแก้ไขมีทางเดียวคือนายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามคำพูด ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนและชาวโลก

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาเรียกร้องให้ภาคประชาชนร่วมกันแสดงบทบาท สร้างกระบวนการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและ คสช. โดยอ้างว่ากำลังสร้าง 4 วิกฤต คือ วิกฤตศรัทธาผู้นำจากโรคเลื่อน  ไร้หลักการ เลื่อนลอย ขยายอำนาจ ควบคุมและคุกคามการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของประชาชน วิกฤตความโปร่งใส เช่น กรณีอุทยานราชภักดิ์/โครงการรถเมล์เอ็นจีวี , โครงการที่เกี่ยวข้องกับ อผศ. , เรือเหาะ , เครื่องมือ จีที 200 , เครือญาตินายกรัฐมนตรีใช้สถานที่ราชการจดทะเบียนบริษัทและประมูลงานของราชการ รวมทั้งแหวนแม่นาฬิกาเพื่อน

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า วิกฤตต่อมาคือ วิกฤตหลักการที่ใช้การปกครองโดยอำเภอใจ แทนหลักนิติธรรม เลือกปฏิบัติ และวิกฤติผลงาน  ที่แม้พยายามใช้ทุกช่องทางโฆษณาว่าประสบความสำเร็จ  แต่กลับพบว่าล้มเหลว เพราะอำนวยความสุขและผลประโยชน์ให้เครือข่ายของชนชั้นนำ บริษัทใหญ่ๆ เครือญาติและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของประชาชน

ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่มีคนของรัฐบาลบอกว่าการเลื่อนโรดแมป เป็นดุลพินิจของคณะกรรมาธิการ , สนช. , รัฐบาล และ คสช. ไม่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่า เมื่อกฎหมายเรียบร้อย ก็จะเข้าสู่การเลือกตั้ง จึงต้องใช้ช่องทางของการออกกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ต่อท่ออำนาจออกไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะจัดการทุกอย่างตามแผนให้เข้าที่เข้าทาง

เพราะนอกจากจะแต่งตัวพรรคใหม่ยังไม่เสร็จแล้ว การอัดฉีดเม็ดเงินลงไปในพื้นที่ ด้วยโครงการประชารัฐบวกไทยนิยม ที่ก็ยังออกดอกออกผลไม่เต็มที่ จนมั่นใจได้ว่าหนทางข้างหน้าจะปูด้วยกลีบกุหลาบ จึงน่าจะมีความเป็นไปได้ที่ผู้มีอำนาจจะส่งซิกไปยัง สนช.ให้ขยายเวลาเลือกตั้ง เพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ