พ.จ.อ.อภิชาติ ขำศรี เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า เมื่อก่อนได้ไปเป็นบอดี้การ์ดให้เสี่ยรายหนึ่ง เขาให้ดูแลภรรยาน้อยเขา เพราะเขามีภรรยาอยู่แล้วที่บ้านหลังใหญ่ ก่อนจะมีการหึงหวงกันจนเขาออกจากงาน แล้วเสี่ยคนนั้นก็ตามไปหาพ่อตนที่บ้าน บอกว่าตนไปเอาปืนไปปล้นเงินภรรยาเขาเงินมา 2 ล้าน แล้วหนีมา แล้วก็ขู่ว่าจะทำให้ตนหมดอนาคตอย่างแสนสาหัส หลังจากนั้นเสี่ยคนนั้นก็ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ร้อยเวรไม่ได้ดำเนินการเพราะเหมือนเป็นการกลั่นแกล้งกัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่จะถูกรถชน
“รอบแรกเคยถูกยัดยามาแล้ว เมื่อเอารถไปติดเครื่องเสียงใหม่ จนร้านโทรมาบอกให้มาเอาของคือยาเสพติดกลับไปด้วย เราก็บอกว่าไม่ใช่ของเรา แล้วก็มาโดนค้นรถแต่ตอนนั้นไม่พบยาเสพติด ก่อนจะมาเหตุการณ์ที่โดนจับห่างกันประมาณเดือนกว่าๆ โดยรถเกิดอุบัติเหตุ แล้วคู่กรณีบอกว่าขอให้เราไม่แจ้งประกัน แต่ให้เอารถไปซ่อมที่อู่ของญาติ เพราะจะสามารถผ่อนจ่ายได้ ก็เลยยอม เมื่อรถออกจากอู่หลังซ่อมเสร็จก็ถูกตรวจค้นจนพบไอซ์หนัก 30 กรัม ขณะไปทำบุญกับเพื่อนอีก3 คน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”
พ.จ.อ.อภิชาติ บอกว่า ตอนนั้นเรารู้แต่เราไม่รู้จะหาหลักฐานยังไง เพราะเราอยู่ในเรือนจำ โดยที่มีพี่กับพ่อช่วย ถ้าพ่อกับพี่ไม่มาเยี่ยมเราก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เคยคิดจะยอมรับเพราะทนายคนแรกบอกว่า ถ้าสู้แพ้ก็ประหารหรือติดคุกตลอดชีวิตแต่ถ้ารับไปถ้าทำตัวดีก็อาจจะได้ลดโทษ ตอนนั้นพ่อก็เครียด แม่ก็ป่วยอยู่บ้าน พอได้ออกมาก็โล่ง มันบอกไม่ถูกเหมือนเราหลุดพ้นแล้ว ตอนนั้นก็เคยคิดว่าอาจจะได้อยู่ข้างในตลอดชีวิต ทนายบอกว่าให้รับแล้วให้เพื่อนออกมา ก่อนมาหาทนายษิทรา จนได้ออกมาข้างนอก
นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ บอกว่า คดีนี้ค่อนข้างจะยากหลังจากเขาได้เขียนจดหมายมาขอความช่วยเหลือ ตอนแรกนึกไม่ออกเลยว่าจะไปสู้ได้อย่างไร แต่เขาก็ยืนยันความบริสุทธิ์ จนเขาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังแล้วเราก็หาข้อมูลก็พบว่า เจ้าของอู่ และผู้มีอิทธิพล มีส่วนเชื่อมโยงกัน นั้นทำให้ตั้งข้อสังเกตว่า ยาไอซ์ที่พบในรถยนต์ น่าจะถูกยัดใส่ไว้ขณะนำรถไปซ่อมไปอู่ แต่จะหาข้อมูลไปบอกศาลอย่างไร จนไปตามข้อมูลกับประกันที่ได้ขอยกเลิกประกัน มีการถ่ายรูป แต่ก็ยังไม่พอ และมาคิดว่าเคยมีความขัดแย้งอะไรก็เจอว่า เคยมีความขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งเรื่องชู้สาว ขณะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เป็นการส่วนตัว และพบว่ามีความพยายามที่จะยัดยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง
“หากเราจะสู้คดีให้ชนะเราจะต้องหาพยานหลักฐานและต้องหาเหตุผลว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริง เราเริ่มสืบให้ได้ว่ามาจากไหน โดยสงสัยตั้งแต่เรื่องรถชนก่อน ประสานไปยังรองปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้มีเจ้าหน้าที่มาช่วยหาพยานหลักฐาน เคสนี้เป็นการจับจริง แต่จะสู้อย่างไรว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ยาเสพติดไม่ได้เป็นของเรามาก่อน แล้วไปคุยกับคนที่จับเขาก็สงสัยเหมือนว่าจะโดนแกล้ง แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องทำตามกฎหมายเพราะมีพยานหลักฐาน แต่เราก็ไม่ได้โทษตำรวจชุดจับ ก่อนจะสืบหาว่าใครเป็นคนโทรมาแจ้ง เขาอ้างว่าเป็น สห. โทรมาบอกว่าให้มาตามจับที่วัดที่ทหารอากาศจะเดินทางไป แต่ตำรวจยังรวมตัวไม่ทัน เลยไปจับได้ตอนวัดที่สาม และก็ไม่เคยเจอสายลับที่โทรมาแจ้งมาก่อน ก็เห็นว่ามีพิรุธ พอจับเสร็จแล้วโทรกลับไปก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าสายลับคนนี้เป็นใคร ”
จากนั้นทนายษิทรา ก็ได้นำทหารและตำรวจมาเบิกความในศาลที่เป็นคนกลั่นแกล้งผู้เสียหาย แต่คิดว่าเขาคงไม่ให้การที่เป็นประโยชน์เพราะถ้าไม่เสี่ยงผู้เสียหายจะมีโอกาสติดคุกสูง ตอนนั้นก็ขู่เขานิดๆว่าถ้าเขาไม่พูดความจริงเขาจะเจออะไรบ้าง เพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษลงมาดูด้วย ตำรวจก็บอกว่าเคยเจอผู้เสียหายกับเสี่ยแต่คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เขายอมรับกับผมว่าได้ไปดูกล้องวงจรปิดที่หอพักของผู้เสียหายจริงโดยเสี่ยเป็นคนสั่ง แล้วเอาตัวผู้ดูแลหอพักมายืนยัน ส่วนทหารที่คิดว่าเป็นคนกลั่นแกล้ง เขาก็ยอมบอกว่า ผู้เสียหายเอารถไปจอดไว้แล้วก็มีคนเอาจีพีเอสไปติด ติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด และเป็นคนที่บอกว่าคนที่ชนกับทหารคนนั้นเป็นเพื่อนกัน ทำให้เราเชื่อมโยงกันได้ ว่าไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ เพื่อนำรถไปที่อู่ วันที่ไปอยุธยาก็มีการรายงานผลให้เสี่ยฟังตลอด ใช้เวลาในการหาหลักฐานอยู่ 6 เดือน เพราะเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล
“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมภูมิใจมาก เพราะเป็นเรื่องที่ยาก ตอนแรกไม่เห็นทางว่าจะไปยังไง มันเป็นเรื่องหาพยานหลักฐาน ไม่ใช่เพราะผมเก่ง แต่เป็นเพราะทุกฝ่ายช่วยทั้งทั้งครอบครัว ทางดีเอสไอ มีข้อมูลว่าวิเคราะห์มาประชุม และต้นสังกัดของผู้เสียหายเอง ก็มาช่วยเบิกความ และความขัดแย้งกับตัวเสี่ยเพราะผู้เสียหายไปปรึกษา ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลไปยืนยันให้ผู้พิพากษาดู เป็นการต่อจิ๊กซอร์จนกลายเป็นคำพิพากษาเมื่อวานนี้ คดีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพยานแต่ละคนจะเข้ามาช่วยไม่มีใครอยากจะยุ่ง หลังจากนี้ก็จะสู้กันต่อเพราะนี่เป็นเพียงแค่ศาลชั้นต้น”
ชมคลิปที่นี่
“ทนาย” แฉ "เครือข่ายเสี่ยใหญ่" วางแผน “ยัดยา” ทหารอากาศ ติดคุกฟรี 7 เดือน