เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 ได้ติดตามรถยนต์อเนกประสงค์สีขาวคันหนึ่ง หลังสืบทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าว มีการนำยาเสพติดขนมาภายในรถจำนวนมาก จนกระทั่งรถคันดังกล่าวมาบนถนนสายท่าคันโท–หนองกุงศรี ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ รถเกิดเสียหลักลงข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตับกุมตัว ก่อนจะพบยาไอซ์จำนวนมากซุกซ่อนภายในรถ เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นยาไอซ์จำนวน 500 ถุง น้ำหนัก 500 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท พร้อมควบคุมตัว นายอาวุธ หรือวุธ อายุ 40 ปี
โดยพล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลคดียาเสพติดเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมยาไอซ์ประมาณ 316 กิโลกรัม บริเวณถนนมิตรภาพ ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น จนสืบทราบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวยังคงลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่องจากจังหวัดบึงกาฬเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถยนต์ ผ่านเส้นทางศรีธาตุ–กระนวน จึงวางกำลังติดตามตรวจสอบ กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 8 มิ.ย. เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยวิ่งอยู่บนถนนสายกระนวน–ท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่คนขับพยายามหลบหนีด้วยการกลับรถและเร่งความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์สกัดหยุดรถตามหลักยุทธวิธี
ทั้งนี้ภายหลังรถเสียหลักลงข้างทางริมถนนสายท่าคันโท–หนองกุงศรี ตำบลนาตาล อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในรถ พบยาไอซ์บรรจุอยู่ในถุงสีดำจำนวน 10 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 500 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวผู้ขับขี่ไว้ได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหากับ นายอาวุธ ในข้อหา "จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า"
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายไทยที่พำนักอยู่ใน สปป.ลาว ให้ขนยาเสพติดจากอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ไปส่งให้ลูกค้าในจังหวัดปทุมธานี โดยจะได้รับค่าจ้าง 500,000 บาท หากส่งมอบสำเร็จ และยอมรับว่าเคยลำเลียงยาเสพติดในลักษณะเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้ง ยาไอซ์ของกลางทั้งหมดมีมูลค่ามากกว่า 60 ล้านบาท และหากถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้สำเร็จ จะสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อสังคมและความปลอดภัยของประชาชน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป