วันนี้ (27 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานมูลนิธิโนอิ้ง ได้นำเอกสารชี้แจงรายรับรายจ่ายของมูลนิธิ ที่ลงชื่อ นางอัจฉราวดีเอง มาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยภายในเอกสารระบุว่า ปี 2559 มีรายรับกว่า 34 ล้านบาท เป็นเงินจากการให้บูชาพระมหาโพธิญาณ ประมาณ 15 ล้านบาท จากการบริจาค 11 ล้านบาท ที่เหลือคือเงินจากขายเสื้อ ขายนิตยสารและอื่นๆ ส่วนปี 2560 ระบุว่า มีรายรับกว่า 21 ล้านบาท เป็นเงินบริจาคในกิจกรรมรวมพลโนอิ้งบุดด้า 12 ล้านบาท บริจาคค่าป้ายโฆษณา 3 ล้านบาท และบริจาคทั่วไป 5 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้นางอัจฉราวดี กล่าวว่า ไม่ได้ทำในลักษณะแอบอ้างพระพุทธศาสนาเพื่อทำธุรกิจหาประโยชน์เข้าตัวเอง แต่เป็นการนำเงินในปี 2560 ไปทำป้ายโฆษณา ทำนิตยสาร ชื่อ “ข้ามห้วงมหรรณพ” จ่ายเงินเดือนพนักงาน และค่าเช่าสำนักงาน รวมทั้งสิ้น 22 ล้านบาท
โดยเอกสารที่นางอัจฉราวดี นำมาแจกสื่อมวลชน ระบุชื่อบริษัทที่รับทำป้ายโฆษณาปกป้องศาสนา มี 6 บริษัท แต่หนังสือคู่สัญญาทำป้ายโฆษณา ที่นำมาแสดงมีเพียง 2 บริษัทเท่านั้น คือ บริษัท โมแคส จำกัด และ บริษัท มีเดียวิช จำกัด ซึ่งพบว่าราคาตรงตามสัญญาจริง ส่วนข้อกล่าวหาของอดีตลูกศิษย์ ว่านางอัจฉราวดี เปิดประมูลของใช้ส่วนตัว นางอัจฉราวดี ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยมีศิษย์ปัจจุบัน ร่วมชี้แจงว่า เคยเข้าร่วมประมูลเช่นกัน เพราะปฏิบัติตามคำสอน “ห้ามตระหนี่ถี่เหนียว”
นอกจากนี้ส่วนประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า ทำตัวเหนือสงฆ์ เรื่องห้ามคนเข้าวัด ไม่ให้เชื่อพระไตรปิฎก มีการก่อตั้งลัทธิ นางอัจฉราวดี ระบุว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่เป็นความจริง พร้อมย้ำว่าต้องการปกป้องศาสนาเท่านั้น จึงขอแสดงจุดยืนว่าจะทำหน้าที่ปกป้องศาสนาต่อไป