ค่าฝุ่นละอองพุ่งรับหนาวอีกระลอก !!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

24 มกราคมที่ผ่านมาท้องฟ้ากรุงเทพมหานครขมุกขมัว ราวกับฝนจะตกตลอดทั้งวัน สร้างความแปลกใจให้กับชาวกรุงว่ามีหมอกมาพร้อมกับลมหนาว แต่จากการเปิดเผยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษพบว่าสิ่งที่เข้าใจว่าคือหมอก แท้จริงแล้ว คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกินมาตรฐาน และนี่เป็นวันแรกที่ทำให้หลายคนได้รู้จักกับคำว่า PM2.5 ผ่านไปกว่า 2 สัปดาห์ วันนี้พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ยังคงสูงเกินกว่ามาตรฐาน

เว็บไซต์กรีนพีซให้ข้อมูลว่าแม้ฝุ่นละอองจะมีขนาดเล็กเกินว่าที่ดวงตาจะสามารถมองเห็น แต่ฝุ่นพิษขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 คือภัยที่กำลังคุกคามสุขภาพของคนไทย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 คือ มลพิษที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เล็กจนสามารถเล็ดลอดขนจมูกเข้าสู่ร่างกายได้ และมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของขนาดเม็ดเลือด ที่มีขนาด 5 ไมครอน

ดังนั้น ฝุ่นพิษจึงสามารถเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะได้ ฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งอีกเป็นจำนวนมาก

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 เป็นวันที่กรุงเทพฯ มีค่า PM 2.5 สูงถึง 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินกว่ามาตรฐานปกติอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก่อนที่จะมีฝนตกลงมาช่วยชะล้างฝุ่นละอองในอากาศ ทำให้สภาพอากาศที่ขมุกขมัวเริ่มถ่ายเท และกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

แต่เมื่อช่วงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาเผยข้อมูลว่าภาคเหนือตอนบนมีอากาศลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเทพฯ ก็ได้สัมผัสกับลมหนาวอ่อนๆ อุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียสเช่นกัน ภายใต้ความหนาวเย็นกลับพาฝุ่นละอองขนาดเล็กมาอีกระลอก!

จังหวัดเชียงใหม่ ณ เวลานี้ เริ่มมีหมอกควันสีขาวปกคลุมพื้นที่ให้เห็นบางส่วน แม้ค่า PM 2.5 จะยังอยู่ในระดับที่ไม่เกินมาตรฐาน แต่ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือ ค่า PM10 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มขยับตัวสูงขึ้น โดยกรมควบคุมมลพิษ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ วัดค่า PM10 ได้ 87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากเดิมจะอยู่ที่ประมาณ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ก็นับว่ายังไม่สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน อยู่ที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่จังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้ยังอยู่ในสภาวะที่ไม่น่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่น่าจับตา และต้องเฝ้าระวังหลังจากนี้ ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคมของทุกปี คือ การเข้าสู่ฤดูกาลเผาป่าเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ผลที่มักจะเกิดขึ้นตามมาคือปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะเพิ่มสูงขึ้นจนเกิดมลพิษทางอากาศ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีการประกาศแจ้งเตือน และสั่งห้ามเผาป่าในพื้นที่เสี่ยง

ขณะที่กรุงเทพฯ วันนี้พบว่ายังมีอีก 4 พื้นที่ ที่ค่า PM 2.5 สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน ประกอบด้วย

1. ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

2.แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง 63 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร         

3.ริมถนนพระราม4 เขตปทุมวัน 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร                                 

4.ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง 54 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร       

เป็นผลมาจากสภาพอากาศชื้น ไม่มีแดด และมีเมฆลอย ทำให้เกิดฝุ่นละอองที่เป็นมลพิษ แต่เมื่อท้องฟ้าเปิดมีแสงแดด สภาพอากาศก็จะเริ่มกลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง ประกอบด้วย 4 กลุ่มโรคสำคัญ  ได้แก่ 1.โรคระบบทางเดินหายใจ 2.โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.โรคเยื่อบุตาอักเสบ และ 4.โรคผิวหนัง รวมถึงผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งที่ต้องเผชิญกับฝุ่นละออง

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ